เรื่องไอ้กร 5 : อนุบาล 3 ภาษา

พฤศจิกายน 23, 2006

เด็กอนุบาลเดี๋ยวนี้เรียนอะไรเยอะแยะไปหมด
เวลาใครๆ คุยถึงลูกๆ หลานๆ ตัวเองก็จะมีแต่
อู๊ย..ลูกฉันเกรด 4 หมดทุกวิชา…หลานฉันสอบได้ที่ 1

ไอ้กรไม่เปิดโอกาสให้คุณน้าได้ฟุ้งแบบนี้บ้างเลย
เพราะสมุดพกของมันมีเกรดครบ ทั้ง 4-3-2-1 และ 0
ครั้งที่ผ่านมานี่สุดยอดแล้วคือได้ที่ 12

ตอนขึ้นอนุบาล 3 คุณครูแจ้งมาว่า
ปีนี้ทางโรงเรียนจะเพิ่มวิชาภาษาจีนอีก 1 วิชา
จากเดิมกี่วิชาไม่รู้คุณน้านับไม่ครบสักครั้ง

ตายละวาไอ้กรเอ๋ย ภาษาไทยก็สะกดไม่เป็น (พูดยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย)
ภาษาอังกฤษก็ท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง เพิ่มภาษาจีนมาอีกเสร็จแน่

แต่คุณน้าประเมินไอ้กรต่ำไปค่ะ
ไอ้กรเจ๋งกว่าที่คิด มันอ่าน อี เอ้อร์ ซัน ซื่อ…ได้ก่อนใคร
ครูสอนถึง เอ้อร์สือ (20) มันนับต่อไปถึง จิ่วสือจิ่ว (99)
ตัวนี้ หนี่ ตัวนี้ หว่อ ชี้ให้อ่านมันจำได้

ไม่ใช่เพราะเก่งหรืออะไร แต่ที่มันจำได้ เพราะไอ้กรไม่ชอบสะกดต่างหาก
มันอาศัยจำรูปร่างของตัวอักษร (คงจะพอจำกันได้ไอ้กร อ่าน กรอบ ว่า กร-อบ)

คุณครูมีเพลงภาษาจีนให้ร้องเล่นพร้อมทำท่าประกอบ
ตบโส่ว (มือ)
ส่ายโถว (หัว)
กระทืบเจี่ยว (เท้า)

ร้องไปหลายๆ เที่ยวของไอ้กรเพี้ยนเป็น
ตบโถว (หัว)
ส่ายโส่ว (มือ)
กระทืบเจี่ยว (เท้า)
เอากะมันสิ

ก่อนเข้านอนไอ้กรจะล่ำลาครบ 3 ภาษา
กู๊ดไนท์ ไจ้เจี้ยน ซี ยู ทูมอร์โรว์ หมิงเทียนเจี้ยน นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์

อย่าค่ะ…อย่าเพิ่งคิดว่าความเก่งของไอ้กรจะคงเส้นคงวา
นั่นมันเหตุการณ์เทอมที่แล้ว ที่มันเอาเกรด 4 ภาษาจีนมาได้

เรียนๆ ไปไอ้กรชักมั่ว
มันท่อง
หมา (หม่า) แปลว่า ม้า
หมู (หมู่จี) แปลว่า แม่ไก่

แรกๆ
ชี้ตัว หม่า มันก็บอกว่า ม้า
ชี้ตัว หมู่จี มันก็บอก แม่ไก่

ไปๆ มาๆ
ชี้ตัว หม่า มันบอก หมา
ชี้ตัว หมู่จี มันก็บอก หมู

เฮ้อ…หลานตู

23 พฤศจิกายน 2549


เรื่องไอ้กร 4 : เสียบปลั๊กแล้วเจอกัน

พฤศจิกายน 4, 2006

“ชนา…พี่ว่าไอ้กรหน้าตาแปลกๆ นะ” พี่ชายคนหนึ่งแถวๆ นี้ทักมา
คุณน้าไม่ได้โกรธ แต่สงสัย…หรือพี่ชายจะเป็นหมอแล้วปลอมตัวเป็นทนาย ?
หน้ามันจะไม่แปลกได้ไง ก็ไอ้กรเป็นทาลัสซีเมีย !!!
จริงๆ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายตกใจก็ได้ เพราะเลยวันที่คุณน้าตกใจมานานแล้ว
ใส่เพื่อให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมเท่านั้นแหละ

ใครสงสัยว่าไอ้เจ้าทาลัสซีเมียเป็นยังไงกรุณาไปหาข้อมูลกันเอาเอง คุณน้าขี้เกียจอธิบาย
สรุปสั้นๆ ว่า ไอ้ทาฯทำให้ไอ้กรต้องไปนอนให้เลือดเดือนละครั้ง
อือ…จริงๆ น่าจะเรียกว่ารับเลือดเนอะ
เอาเลือดคนอื่นมาใส่ตัว มิได้เอาเลือดตัวไปใส่ให้ใคร
และมันยังต้องโดนจิ้มพุงเพื่อขับธาตุเหล็กออกจากตัวทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง !!!

ให้เอาเข็มจิ้มตรงโน้นทีตรงนี้ที ผู้ใหญ่ยังขยาด แล้วเด็กอนุบาลอย่างไอ้กร มีหรือจะไม่กลัว
แต่ทำไงได้หลายเอ๋ย ถ้าไม่ทำเจ้าจะอยู่ยังไง…

เติมเลือดบ่อยๆ เข้าไอ้กรก็ชิน จากร้องทุกครั้ง เป็นร้องบ้างไม่ร้องบ้างตามอารมณ์
หลายคำถาม หลายๆ ตึ๋ง…? ของมัน คุณน้าไม่รู้จะตอบยังไง ก็มันยังเด็กเหลือเกิน
ได้แต่ปลอบกับไป หลอกกันไป

ญาติพี่น้องลงมติเรียกการจิ้มแต่ละครั้ง ว่า “เสียบปลั๊ก” เพื่อให้ไอ้กรเข้าใจง่ายที่สุด
คือสมมุติตัวมันเป็นโทรศัพท์มือถือของคุณน้าที่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จแบตฯบ่อยๆ (–ของคุณน้านะชาร์จบ่อยสุด )
เสียบปลั๊กแล้วโทรฯติด เล่นเกมส์ได้ อะไรประมาณนั้น
ไอ้กรเองก็รู้สึกตัวเหมือนกันว่า ทุกครั้ง หลัง “เสียบปลั๊ก” มันจะแข็งแรงขึ้น ซ่าส์ได้นานขึ้น

หลังๆ นี่ประโยคติดปากของไอ้กร คือ
“เดี๋ยวเอาปลั๊กออกแล้วเจอกัน”
นี่เป็นสาสน์ท้ารบจากไอ้กร
พอเอาปลั๊กออกมันจะทดสอบพลังด้วยการท้าฟัดกะใครต่อใครไปทั่ว
ดวลด้วยวิธีไหนก็ได้ เล่นต่อสู้ เตะบอล งัดข้อ กระทั่งเป่ายิ้งฉุบ !!!

4 พฤศจิกายน 2549