รอบบ้านทั้งสี่ทิศ

มีนาคม 31, 2007

indexphp.png

หนังสือเล่มไหนที่เปลี่ยนชีวิตคุณ?

ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเห็นหรือได้ยินคำถามนี้จากที่ไหน…เมื่อไหร่
จำได้เพียงความรู้สึกของการเฟ้นหาคำตอบ…สมองไล่เรียงอักษรที่เคยผ่านตา
ภาพปกหนังสือเล่มโน้นเล่มนี้ไหลหลั่งออกมาทะลักล้น
แต่กลับไม่สะดุดหยุดลงที่เล่มใด
ใช่, สำหรับฉันไม่มีเล่มใดเลยที่เป็นคำตอบของคำถามนี้
จะมีหนังสือเล่มไหนหนอที่ยิ่งใหญ่ขนาดเปลี่ยนชีวิตคนได้
ฉันอาจจะยังหามันไม่เจอ

แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามใหม่
หนังสือเล่มไหนที่เปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านของคุณ?
ฉันมั่นใจว่าพบคำตอบแล้ว
หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านของฉันอย่างสิ้นเชิง
เปลี่ยนจากอ่านอย่างกระหายเร่งร้อนที่จะรู้เรื่องราวในบรรทัดถัดไป…ถัดไป
ให้กลายเป็นการอ่านอย่างช้าเชื่อง กลัวจะถึงหน้าต่อไป
กลัวจะถึงบรรทัดสุดท้าย
กลัวว่าจะอ่านจบ !!!

รอบบ้านทั้งสี่ทิศ* คือชื่อของหนังสือเล่มนั้น
จริงๆ ฉันซื้อ นิทานประเทศ มาก่อนแต่ยังไม่ทันจะอ่านจบ
อะไรบางอย่างทำให้ฉันต้องการไขว่คว้าเล่มที่เหลือในชุดนี้มาให้ครบ

และเมื่อได้เล่มนี้มาความเร็วในการอ่านหนังสือของฉันก็เปลี่ยนไป
จากการเร่งอ่านราวฟองน้ำที่ดูดซับน้ำอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นหยดกาแฟในหม้อต้มที่ค่อยๆ กลั่นตัวทีละหยดๆ

ฉันอ่านเรื่องนี้ด้วยความหวาดหวั่น…หวั่นว่าอ่านจบ
เพราะนี่เป็นเรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายของเล่มนี้

เขาไม่ได้เป็นนักเขียนในดวงใจเพียงคนเดียวที่ปราศจากลมหายใจ
แต่เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างสุดขั้วในใจฉัน
หนึ่ง, ปรารถนาจะอ่านทุกเรื่องที่เขาเขียน
สอง, กลัวว่าจะอ่านเรื่องที่เขาเขียนจนหมดสิ้น

อิ่มอักษร คือความรู้สึกหลังการอ่านรวมเรื่องสั้นเล่มนี้จบ
อิ่ม ทว่า…ยังปรารถนาที่จะเสพอักษรนั้นต่อ
ฉันเสพติดผลงานของเขาซะแล้ว

หมายเหตุ *เรื่องสั้นในชุดนี้ของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ มี 4 เล่ม
คือ โลกหมุนรอบตัวเอง นิทานประเทศ รอบบ้านทั้งสี่ทิศ และคนตัวเล็ก

ใครมีหนังสือที่ทำให้อะไรบางอย่างในตัวเปลี่ยนบ้าง?

31 มีนาคม 2550

QUOTE : ผมต้องลอบถอนใจ รู้ว่าเธอไม่ประสีประสาในงานสร้างตัวหนังสือ นี่เป็นโลกเร้นลับเฉพาะของผม การสร้างสรรค์ที่หมายถึงการทำให้สิ่งไม่มีเกิดมี คว้าเอาเรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกมาจากความว่างเปล่า วรรณกรรมไม่ได้เป็นแต่เพียงการเรียงประโยคเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและความคิด แต่มันเคลือบอยู่ด้วยความรู้สึกในทุกประโยคนั้นด้วย มันจึงต้องการอารมณ์ที่ดีของผู้สร้าง ใจที่เย็น สติที่เต็ม สมาธิที่สูง และที่สำคัญคือความสนุกอย่างยิ่งที่จะเขียน
– เรื่องหงุดหงิด/กนกพงศ์ สงสมพันธุ์


เรื่องไอ้กร 8 :

มีนาคม 24, 2007

“หนูจะอ่านภาษาไทย” เสียงไอ้กรดังคับบ้าน
“แต่พรุ่งนี้จะสอบภาษาอังกฤษ” เสียงคุณยายดังไม่แพ้กัน
“แต่หนูจะอ่านภาษาไทย หนูชอบอ่านภาษาไทย…” เสียงไอ้กรดังกว่าเดิมอีก
“แต่พรุ่งนี้หนูสอบภาษาอังกฤษนะ ภาษาไทยสอบไปแล้ววันนี้” เสียงคุณยายดังกว่าเดิมเหมือนกัน

เด็กอนุบาล 3 …จะอะไรกันนักหนาหนอ คุณน้านึกถึงตัวเองตอนอายุเท่านี้
สอบคืออะไรไม่รู้เรื่องหรอก

“ก็วันนี้สอบอ่านไทย หนูอ่านได้ ครูบอกว่าหนูเก่ง หนูจะอ่านอีก….”
ไอ้กรบอกเหตุผลที่ทำให้มันติดใจอยากอ่านภาษาไทยอีก

เด็กก็เป็นอย่างนี้ สิ่งไหนที่ทำได้ ทำแล้วดี มีคนชม ก็อยากจะทำอีก
เป็นความภาคภูมิใจเล็กๆ…ไม่เฉพาะเด็ก ผู้ใหญ่ยังเป็นเลย

“งั้นอ่านไทยบทนึง อังกฤษบทนึงสลับกัน ถ้าหนูอ่านอังกฤษได้ครูจะได้ชมอีกไง”
คุณยายพยายามหาทางให้ไอ้ตัวดีอ่านภาษาอังกฤษให้ได้
“ก็ได้”

ในที่สุดความสงบก็กลับคืนมา ไอ้กรอ่านภาษาไทยเสียงแจ๋ว…
แต่พอถึงตอนอ่านภาษาอังกฤษเสียงแจ๋วๆ กลับกลายเป็นงึมงำๆ

วันต่อมาหลังกลับจากโรงเรียน คุณน้าถามมัน “สอบอังกฤษเป็นไง ทำได้มั้ย?”
“ไม่รู้” ไม่ใช่แค่บอกไม่รู้ มันทำท่าไม่รู้ไม่ชี้อีกตะหาก…แค่นี้ก็เดาได้แล้วว่าผลจะออกมายังไง

“แล้วพรุ่งนี้สอบอะไร?”
“นี่…อันนี้” มันชี้ให้ดูตารางสอบ
“จริยศึกษา” คุณน้าอ่านให้มันฟัง
เจ้าตัวดีรื้อค้นหนังสืออยู่พักใหญ่ก็โผล่หน้าออกมาบอก
“ไม่เห็นมีเล่มไหนเขียนว่าจริยศึกษาซักเล่มนึง…งั้นไม่ต้องอ่านนะ”

24 มีนาคม 2550