เรื่องเล็ก…น้อย

กันยายน 26, 2007


ไปเจอ ‘หญิงสาวนักขายขนมปัง’ ของ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ในร้านหนังสือ รู้สึกคุ้นกับชื่อ หยิบมาเปิดดูจึงจำได้ว่าเป็นเล่มเดียวกับ ‘เรื่องเล็ก’ ที่เคยอ่าน

ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่แปลกที่รู้สึกประทับใจกับ ‘เรื่องเล็ก’ มากกว่า…มากขนาดไม่แน่ใจว่า ถ้าตอนนั้น ‘เรื่องเล็ก’ ใช้ชื่อ ‘หญิงสาวนักขายขนมปัง’ อย่างปัจจุบันจะหยิบมาอ่านแล้วตามด้วยการจับจองเป็นเจ้าของมั้ย

พอกลับถึงบ้านรื้อชั้นหนังสือเพื่อหยิบเรื่องนี้กลับมาอ่านด้วยความคิดถึง  ก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง ว่าทำไมมีหนังสือ เรื่อง ‘เล็ก’ เรื่อง ‘น้อย’ เยอะจัง

หรือที่ประทับใจกับ ‘เรื่องเล็ก’ เพราะฉับชอบ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เล็ก

8 เรื่อง ‘เล็ก’ เรื่อง ‘น้อย’ ที่เอามาอวดนี้ ล้วนเป็น ‘เรื่องเล็ก’ ที่อ่านแล้ว ‘อิ่มใหญ่’
ใครที่เคยอ่านคงรู้ดี

26 กันยายน 2550


ข่าวขำขำ…

กันยายน 19, 2007

เมื่อนักเขียนใหญ่ถูกปฏิเสธ !

ใหญ่จริงๆ ครับ เพราะเธอคือ เจน ออสเตน (Jane Austen) ซึ่งเป็นนักเขียนที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีจากงานอย่าง Pride and Prejudice (ที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังด้วยไงครับ)

แต่แล้วเธอก็ถูกปฏิเสธจากเกือบ 20 สำนักพิมพ์ !

อ่านแล้วคุณคงงง เพราะจริงๆ แล้ว คุณยายเจนเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่เรื่องของเรื่องก็คือ มีกระทาชายนายเดวิด ลาสแมน (David Lassman) เกิดสงสัยขึ้นมาน่ะสิครับว่า บรรดาสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่มักจะปฏิเสธงานของนักเขียนหน้าใหม่ๆ นั้น จริงๆ แล้วงานเหล่านั้นไม่มีคุณค่าหรืออย่างไร ว่าแล้วคุณเดวิดของเราก็เลยจัดการเอางานเขียนของคุณยายเจนมาขัดสีฉวีวรรณเล็กน้อย โดยการเปลี่ยนชื่อนิยาย และเปลี่ยนชื่อตัวละครทั้งหมด รวมทั้งเขียนบทแรกใหม่ (เพราะคนจะจำบทแรกได้มากที่สุด) แต่นอกนั้นแล้วยังคงเหมือนเดิม โดยส่งไปในชื่อปลอม รวมทั้งหมด 3 เรื่อง คือ Pride and Prejudice, Northanger Abbey และ Persuasion

ผลน่ะเหรอครับ เขาได้รับจดหมายตอบปฏิเสธเป็นตั้ง รวมทั้งจากสำนักพิมพ์เจ๋งๆ อย่างเพนกวินด้วย ทั้งที่เพนกวินก็เพิ่งจะพิมพ์ Pride and Prejudice ซ้ำไปหยกๆ เมื่อปีที่แล้วนี่เอง โดยให้เหตุผลว่า เป็นหนังสือที่ ‘really original’ คือไม่ได้ลอกเลียนแบบใครมา และน่าสนใจเอามากๆ ทว่าไม่เหมาะกับเพนกวิน

สรุปก็คือ ใน 18 สำนักพิมพ์ มีเพียงสำนักพิมพ์เดียวที่ตอบรับจะตีพิมพ์ และไม่มีสำนักพิมพ์ไหนเลยคอมเมนต์มาว่ามันละม้ายคล้ายคลึงกับงานคลาสสิกอยู่ อย่างหนักที่สุดก็แค่บอกว่ามีงานประเภทนี้รอตีพิมพ์อยู่แล้วเท่านั้น !

โปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นหลังจากคุณเดวิดของเราเสนอนิยายไปกี่เรื่องๆ ก็ไม่ผ่านเสียที
เรียกได้ว่าเป็นโปรเจ็กต์ล้างแค้นนั่นเอง !

(จากคอลัมน์ Book Cyber นิตยสาร GM เล่มที่ 350 กันยายน 2550)

อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง?

ครั้งแรกที่ได้อ่านรู้สึกขำ
เออ…ตลกดีทำไปได้นะคนเรา

แล้วก็นึกไปถึงบรรดานักอยากเขียน ที่เพียรพยายามเขียนแล้วเขียนอีกแต่ผลงานลงตระกร้าไปซะหมด (ไม่รู้ว่าจะนับตัวเองอยู่ในพวกนี้ดีหรือเปล่าเพราะได้แต่อยากเขียน แต่ไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวซะที)
ผลงานนักเขียนใหญ่ ที่ได้ตีพิมพ์แล้ว แถม ‘ดัง’ ยังถูกปฏิเสธได้ นับประสาอะไรกับนักเขียนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก !!!

แต่ไม่สิ..!
เรื่องน่าคิดกว่านั้นยังมี

ในทางกลับกันล่ะ หากมีใครสักคนลอกผลงานไปส่งสำนักพิมพ์แล้วเกิดได้รับการตีพิมพ์ขึ้นมา…
ยิ่งเดี๋ยวนี้พวกขโมยงานเขียนไปลงบล็อกยิ่งมีเยอะอยู่

เอาล่ะ ขอย้อนไป 4-5 ปีก่อน ตอนนั้นฉันเป็นกองบรรณาธิการในนิตยสารแม่ๆ ลูกๆ
มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหนึ่งมาขอฝึกงาน งานชิ้นหนึ่งที่ บ.ก. ให้ทำก็คือ เขียนนิทานสำหรับเด็ก

ผลงานของเธอ ‘ผ่าน’ และได้รับการตีพิมพ์

หลังจากนั้นหลายเดือน การฝึกงานจบลง เธอเรียนจบตามหลักสูตร
ความจริงจึงปรากฏว่า เธอลอกนิทานเรื่องนั้นมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น
ลอกมาทั้งเรื่อง !
เปลี่ยนแค่ชื่อตัวละครและปรับตอนจบจากที่จบแบบโหดนิดๆ มาเป็นสุขสม
แฮปปี้เอนดิ้ง แบบที่นิทานควรจะเป็น

ฝึกงานจบ หน่วยกิตครบ อนุมัติปริญญา
ทุกขั้นตอนผ่านไป
เราไม่ต้องการฟื้นฝอยให้เรื่องยุ่งยาก
แต่เราก็ไม่ต้องการให้เธอทำเรื่องแบบนี้อีกในอนาคต
เราเตือนเธอด้วยความเป็นห่วง
คำที่เธอตอบกลับมาคือ
“เรียนจบไปหนูก็ไม่ทำงานด้านนี้หรอก ไม่ต้องเป็นห่วง”

ดีแล้วที่เธอไม่คิดจะทำงานด้านนี้
เพราะปัจจุบัน การลอกงานง่ายกว่าตอนโน้นที่เธอต้องนั่งกางหนังสือแล้วพิมพ์ตามเยอะ
แค่กด ก๊อบปี้ + เพลส แค่นั้นก็ได้งานเขียนชิ้นหนึ่งแล้ว

แต่…
คนที่อยากมีผลงานแต่ไม่อยากคิดเอง หรืออยากคิดเองแต่ไม่สามารถจริงๆ ยังมีอีกมาก
แถมเรื่องราวที่รอให้ลอกยังมีให้เลือกเยอะขึ้นอีกต่างหาก

หากเรื่องที่ลอกเขามา เกิดเข้าตา บ.ก. ที่ไหนสักเล่มล่ะ?
…………………….
…………………….

ขึ้นต้นว่าข่าวขำขำ แต่ชักไม่ขำ !!!

19 กันยายน 2550


อ่านนิทานกันเถอะ…

กันยายน 14, 2007

ru3ew0.gif

เสิร์ชโน่นกดนี่ ไปเจอข้อความนี้เข้า…

“การอ่านหนังสือภาพให้ลูกฟังนั้น ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีต่อเล่ม
แต่ผลที่มีต่อลูกและความสุขในครอบครัวนั้นมหาศาลนัก
การที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง
ทำให้เด็กเรียนรู้ภาษาและสำนวนที่ดีจากหนังสือภาพ
ด้วยเสียงอ่านอันเปี่ยมไปด้วยความรักของพ่อแม่
และในขณะเดียวกันทำให้เด็กได้สัมผัสกับสัมพันธ์อันอบอุ่น
ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วย
พื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ของเด็กคือความแตกฉานทางภาษา
และความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
ผู้มีหน้าที่ก่อรากวางฐานให้เด็กคือ ครอบครัว
โดยเฉพาะพ่อแม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชีวิตของลูกโดยตรง หนังสือภาพเป็นสื่อกลางที่ดีสำหรับวางพื้นฐานอันสำคัญยิ่งให้แก่ลูกน้อย เด็กที่เรียนรู้ภาษาทางหูโดยผ่านการฟัง
ในขณะที่นั่งอยู่บนตักอันอบอุ่นของแม่
มีพลังการเรียนรู้สูงกว่าหลายเท่านัก”
ทาดาชิ มัตษุอิ ปรมาจารย์ด้านหนังสือภาพสำหรับเด็ก ประเทศญี่ปุ่น (สร้างนิสัยรักการอ่านให้ลูกน้อย แปลโดย พรอนงค์ นิยมค้า)
ที่มา : http://www.taiwisdom.org/thai/bookchild.php

อ่านแล้วอยากรีบกลับบ้านไปอ่านนิทานให้เจ้าตัวเล็ก 2 คนที่บ้านฟัง

bookmenrain.jpg

เล่มนี้เล่มโปรดของ 2 คนตอนที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เป็นนิทานภาพที่ไม่มีตัวหนังสือปล่อยให้เด็กๆ ใช้จินตนาการเล่าเรื่องจากภาพ เรียนรู้การนับจำนวน 1-10 รู้จักสัตว์ต่างๆ 10 ชนิด ไม่น่าเชื่อว่าเด็กๆ สามารถเล่าเรื่องจากภาพได้เป็นเรื่องเป็นราว ผลงานลุงปรีดา (เรียกลุงตามหลานๆ นะคะอาจารย์ขา) สุดยอดเลย
เรื่อง : เม่นหลบฝน
ผู้แต่ง : ปรีดา ปัญญาจันทร์
สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก

52.jpg

เล่มนี้ของหวงของคุณน้า เพราะได้มาจากคนเขียนพร้อมลายเซ็น (ปลื้มซะ) แต่ถึงจะหวงยังไงก็ไม่พ้นมือเจ้าสองลิง ตอนนี้เลยอยู่ในสภาพเยินเล็กๆ
เรื่อง : รักวัวให้ผูก รักลูกให้เล่น
ผู้แต่ง : ครูชีวัน (ชีวัน วิสาสะ)
สำนักพิมพ์ : Happy Family

เมื่อก่อนคุณน้าหวงหนังสือมาก จะไม่ให้ พับ-ยับ-ขาด แต่พอที่บ้านมีเด็กๆ จึงค้นพบสัจธรรมการอ่านของพวกเขาว่า หนังสือที่ ไม่พับ-ไม่ยับ-ไม่ขาด คือหนังสือที่ไม่ได้รับการเปิดอ่าน

เพราะฉะนั้น ยับมั่งขาดมั่งก็ไม่เป็นไรอ่านๆ กันไปเถอะ

14 กันยายน 2550