เทฟล่อนลำพอง

มีนาคม 24, 2008

เมื่อกระทะเทฟล่อนรู้ตัวแล้วว่าไฟร้อนๆ ไม่ได้ระคายผิว มันจึงสนุกกับการอยู่บนเตามาก กระปุกกับคุณแม่ก็เพลิดเพลินกับการทำอาหารหลากหลาย แน่นอนว่า แทบทุกครั้งที่มีการทำอาหารผัดๆ ทอดๆ จะมีกระทะเทฟล่อนเป็นอุปกรณ์หลัก

เทฟล่อนทะนงตนว่าเป็นเครื่องครัวที่ดีที่สุดของบ้าน โดยไม่รู้เหตุผลจริงๆ ของการที่มันถูกเลือกว่า มาจากราคาน้ำมันพืชที่แพงขึ้นๆ เพียงแต่ผู้คนไม่ได้รับรู้ว่าขึ้นวันละกี่สตางค์อย่างน้ำมันรถ พอรู้ตัวอีกทีราคาน้ำมันปรุงอาหารก็พุ่งพรวดไปขวดละครึ่งร้อยแล้ว

สำหรับคุณแม่การใช้กระทะเทฟล่อนเป็นทางเลือกเพื่อการประหยัดน้ำมันเท่านั้น เหตุผลอื่นๆ อย่างเรื่องการรักษาสุขภาพเป็นเพียงสิ่งที่คุณแม่นำมาอ้างเมื่อคุณพ่ออยากกินของทอดน้ำมันชุ่มๆ

เจ้าเทฟล่อนไม่ได้รู้เลยว่ามันเป็นทางเลือกของการประหยัด มันเข้าใจว่าตนเองนั้นเป็นเครื่องครัวชั้นดี ราคาแพง และทำอาหารได้เลิศรส
“ขอโทษนะคุณกระทะเหล็ก ถึงผมจะมาทีหลัง แต่ของที่มาทีหลังย่อมมีวิวัฒนาการดีกว่า ทำให้ของเก่าตกยุคไปอย่างช่วยไม่ได้” เทฟล่อนเย้ยหยันกระทะเหล็กที่แทบไม่ได้โชว์ฝีมือเลย

“ไม่มั้ง…เวลาคุณแม่กับกระปุกจะทำอะไรเยอะๆ ก็ยังต้องใช้คุณกระทะเหล็กใบใหญ่อยู่ดี ดูอย่างครั้งที่คุณแม่ทำราดหน้าเลี้ยงแขกสิ ถ้าใช้เทฟล่อนคงทำน้ำราดหน้าได้ไม่เยอะขนาดนั้น แถมเส้นที่ผัดจากกระทะเหล็กยังมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน นั่นเป็นเสน่ห์ของคุณกระทะเหล็กนะ” กระทะไฟฟ้าพูดอย่างจริงใจ และยอมรับข้อดีของแต่ละสิ่ง
“โอ้…ในครัวนี้มีกระทะอีกใบหรอกหรือ ขอโทษนะที่ผมไม่เคยทักทายคุณเลย แต่ก็อย่างว่าล่ะ ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ยังไม่เห็นคุณได้มีโอกาสโชว์ความสามารถบนเตาไฟเลย ช่วยไม่ได้นะที่ผมเพิ่งจะรู้ว่ามีคุณอยู่” เทฟล่อนแกล้งทำเป็นเพิ่งเคยเห็นกระทะไฟฟ้าเป็นครั้งแรก
“ฉันเป็นกระทะไฟฟ้าจ้ะ ไฟจากแก๊สไม่มีประโยชน์สำหรับฉัน เพราะฉันใช้พลังงานไฟฟ้า แบบเดียวกับหม้อหุงข้าวและเตาไมโครเวฟไง” กระทะไฟฟ้าอธิบาย

“อย่างงั้นอาหารจากตัวคุณคงไม่อร่อยละมั้ง ผมถึงไม่เห็นใครหยิบคุณขึ้นมาใช้เลย ถ้าอาหารของผมอร่อย อาหารจากคุณกระทะเหล็กมีกลิ่นหอมและทำได้ครั้งละมากๆ ข้อดีของคุณล่ะคืออะไร?” เทฟล่อนถามอย่างอวดดี
“อาหารที่ปรุงในตัวฉันมีคุณภาพไม่ต่างจากเธอหรอก เพียงแต่คุณแม่ไม่ชินกับการใช้กระทะไฟฟ้าเธอกลัวไฟช๊อตน่ะ” กระทะไฟฟ้าตอบอย่างใจเย็น

“ผมว่าไม่หรอก…คุณแม่คงเคยใช้คุณทำอาหารแล้วไม่ประทับใจ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามตอนนี้ในบรรดากระทะผมเท่านั้นที่เป็นที่ต้องการ” เทฟล่อนพูดเสียงดังขึ้นเพื่อให้เครื่องครัวอื่นๆ ได้ยินด้วย
“เธอก็เป็นแค่ทางเลือกแรกของคุณแม่กับกระปุกเท่านั้นแหละ ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกที่พวกเขาเลือกใช้เธอ” กระทะไฟฟ้าเริ่มโมโห
“ของมันเห็นกันอยู่แล้ว ว่าใครมีฝีมือมากกว่า” เทฟล่อนไม่หยุดโอ้อวด กระทะไฟฟ้าสะบัดสายไฟด้วยความโกรธ มันตั้งใจจะใช้สายไฟฟาดกระทะเทฟล่อน แต่กระทะเหล็กห้ามไว้
“ไม่มีประโยชน์หรอก ทำอย่างนั้นเธอจะเจ็บตัวเปล่าๆ” กระทะเหล็กเตือน “เขายังเด็กนัก ไม่รู้หรอกว่า โลกนี้ไม่มีวันแมนโชว์”
กระทะไฟฟ้ามองอย่างงงๆ “โอ้โฮ…คุณกระทะเหล็กพูดภาษาต่างประเทศได้ด้วย มันคืออะไรหรอ”
“มันเป็นสิ่งที่พวกเราที่ผ่านร้อนมาเยอะรู้ดีอยู่แล้วไง ว่าไม่มีใครเด่นดังได้โดยลำพัง ทุกสิ่งจะสำเร็จได้ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยสิ่งอื่น ตอนนี้เทฟล่อนยังทะนงตนอยู่ เพราะเห็นว่าตัวเองมีความสำคัญ แต่สักวันเขาก็จะรู้”

แล้วสักวันที่กระทะเหล็กผู้ผ่านความร้อนมาเยอะว่าไว้ก็มาถึง
ขณะที่กระปุกลงมือผัดผักรวมซึ่งเป็นสิ่งที่เธอทำได้อร่อย จู่ๆ ไฟจากเตาแก๊สก็หรี่ลงแล้วดับพรี่บ
“นี่ผัดผักยังไม่สุกเลย ดับไฟไปเฉยๆ ได้ยังไง” เทฟล่อนตะคอกใส่เตาแก๊ส
“ไม่ใช่ความผิดของเตาหรอก แก๊สที่อยู่ในตัวฉันหมดน่ะไฟเลยดับ…เป็นไงล่ะเจ้ากระทะวิเศษ ยังจะทำให้อาหารมีรสอร่อยได้อีกมั้ย?” ถังแก๊สพูดอย่างไม่พอใจที่เทฟล่อนเสียงดังใส่เตา

ทางด้านกระปุกที่ไม่เคยเจอปัญหาเตาไฟดับระหว่างการทำอาหารก็รีบร้องเรียกคุณแม่
“แม่ขา…อยู่ดีๆ ไฟก็ดับน่ะค่ะ ทำยังไงดีคะ”
“แก๊สหมดน่ะลูก วันนี้ร้านแก๊สปิดซะด้วย” ร้านที่คุณแม่สั่งแก๊สเป็นประจำหยุดทุกวันอาทิตย์
“เสียดายผัดผักอร่อยๆ จัง เอาอย่างนี้ดีกว่า…” คุณแม่นึกถึงบางสิ่งขึ้นมา ใช่แล้ว สิ่งนั้นก็คือ ‘กระทะไฟฟ้า’

เพียงเสียบปลั๊กไม่นาน กระทะไฟฟ้าก็ร้อนพร้อมจะทำอาหาร คุณแม่เทผัดผักจากกระทะเทฟล่อนลงในกระทะไฟฟ้าแล้วผัดต่อจนเสร็จ

“เห็นหรือยังว่าฉันก็ใช้งานได้ดี” กระทะไฟฟ้าพูดเรียบๆ
“นั่นผมทำไปครึ่งนึงนะ ถ้าแก๊สไม่หมดซะก่อนผัดผักจานนั้นจะเป็นฝีมือของผมล้วนๆ” เทฟล่อนไม่พอใจที่กระทะไฟฟ้าถูกนำมาใช้ แถมยังไม่ต้องพึ่งพาแก๊สอย่างมัน มันรู้สึกเสียหน้ามาก
“เธอกำลังโกรธถังแก๊สกับเตาล่ะสิ ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาหรอก ฉันเองก็ไม่ต่างจากเธอ ถ้าทำอาหารอยู่แล้วไฟฟ้าดับ สภาพของฉันก็เหมือนเธอตอนที่แก๊สหมดนั่นแหละ เขาเรียกว่าอะไรนะคุณกระทะเหล็ก ที่คุณบอกฉันวันนั้นน่ะ” กระทะไฟฟ้าหันไปส่งยิ้มให้กระทะเหล็ก

“โลกนี้ไม่มีวันแมนโชว์ ไม่มีใครเด่นดังได้โดยลำพัง ทุกสิ่งล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกัน” กระทะเหล็กพูดกับเทฟล่อนและหวังว่ามันจะเข้าใจ

๒๓ มีนาคม ๒๕๕๑

ขอบคุณพี่น้ำพี้ ผู้ให้กำเนิดตัวละคร ‘กระทะไฟฟ้า’


กระทะกลัวไฟ

มีนาคม 17, 2008

 

ครอบครัวของกระปุกเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ มีข้าวของเครื่องใช้มากมายที่คุณพ่อคุณแม่และกระปุกต้องช่วยกันจัดเข้าที่ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย คุณแม่จึงลงมือแกะของขวัญที่ญาติๆ และเพื่อนๆ มอบให้ในโอกาสขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องครัว และหนึ่งในนั้นก็มีกระทะเทฟล่อนสีดำมันวาวใบย่อมรวมอยู่ด้วย 

 

ว้าวดีจังเลย แม่กำลังอยากได้กระทะแบบนี้อยู่พอดีคุณแม่ชอบของขวัญชิ้นนี้มาก แต่ก็ยังไม่ยอมใช้ กับข้าวมื้อแรกในบ้านนี้ จึงยังคงปรุงในกระทะใบเก่า

ไม่ใช้กระทะใหม่หรอ ไหนว่าชอบไงคุณพ่อแซวคุณแม่

เก็บไว้ก่อนก็แล้วกันเสียดายของดีๆคุณแม่ตอบเขินๆ  

 

แล้วทุกๆ วันคุณแม่ก็ยังคงทำอาหารด้วยกระทะใบเดิม โดยไม่รู้ว่า เจ้ากระทะเทฟล่อนจับตาดูการทำอาหารของคุณแม่อยู่ 

ทุกครั้งที่คุณแม่เปิดเตาแก๊สดังแกร๊ก ไฟลุกพรึ่บ เจ้ากระทะเทฟล่อนจะหลับตาปี๋ด้วยความกลัว แต่ก็อีกนั่นแหละ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้มันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาดูว่า กระทะใบเก่าเป็นอย่างไร มันเห็นควันลอยกรุ่นอยู่เหนือกระทะใบเก่า นั่นทำให้มันยิ่งหวาดกลัว

 

วันหนึ่งคุณพ่อเข้าครัวโชว์ฝีมือการผัดผักบุ้งไฟแดง เจ้ากระทะเทฟล่อนเห็นภาพไฟลุกโชน เสียงฉ่าๆ บนกระทะใบเก่า มันตกใจมาก และบอกกับตัวเองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันจะไม่ยอมให้ใครเอามันไปวางบนเตาเด็ดขาด 

แต่ในวันนั้นเอง ที่คุณแม่สอนให้กระปุกทำกับข้าวเป็นครั้งแรก คุณแม่หยิบเจ้ากระทะเทฟล่อนออกมาจากชั้นวาง กระปุกลูบคลำกระทะอย่างตื่นเต้น 

เริ่มจากของที่ทำง่ายที่สุดก็แล้วกันคุณแม่บอกกระปุก พร้อมทั้งหยิบไข่มา ฟอง 

ตอกไข่ลงไปแบบนี้คุณแม่ตอกไข่ฟองแรกลงในชาม แล้วให้กระปุกทำตาม ไข่ทั้ง ฟองอยู่ในชามเรียบร้อยคุณแม่ใช้ส้อมตีไข่ และให้กระปุกเหยาะน้ำปลาลงในไข่ เมื่อไข่เหลืองขึ้นฟูดีแล้วคุณแม่จึงบอกให้กระปุกนำเจ้ากระทะเทฟล่อนวางลงบนเตา

เจ้ากระทะเทฟล่อนพยายามขัดขืนไม่ยอมให้เด็กหญิงยกมันขึ้น 

 

ฮ่าฮ่า แค่ยกกระทะยังไม่ขึ้นเลย จะได้กินไข่เจียวฝีมือกระปุกมั้ยเนี่ยคุณพ่อหัวเราะเมื่อเห็นว่ากระปุกยกกระทะไม่ขึ้น 

มันหนักนี่คะกระปุกทำหน้านิ่วหนูไม่นึกเลยว่ากระทะมันจะหนักขนาดนี้

ไม่หนักหรอกมานี่พ่อทำให้ดูว่าแล้วคุณพ่อก็เข้ามาหยิบกระทะ เจ้ากระทะเทฟล่อนพยายามขืนตัวไว้แต่สู้แรงของคุณพ่อไม่ได้ มันจึงถูกนำไปวางบนเตา

เปิดเตาแก๊สแบบนี้นะคุณพ่อเปิดเตาไฟลุกพรึ่บ เจ้ากระทะเทฟล่อนตัวสั่นด้วยความกลัว 

รอให้กระทะร้อนค่อยเทไข่ใส่ลงไป” 

ได้ยินคำว่าร้อนเจ้ากระทะเทฟล่อนยิ่งตัวสั่น แต่ยังไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากกระทะใบเก่า  

เอาล่ะ เทไข่ลงไปได้ จับด้ามกระทะไว้ รอสักพักแล้วค่อยๆ ใช้ตะหลิวพลิกไข่กลับด้าน”  คุณแม่บอก เด็กหญิงกระปุกทำตาม แต่เจ้ากระทะเทฟล่อนไม่ยอมอยู่นิ่งๆ มันดิ้นไปมา

 

จับกระทะแน่นๆ ลูก ไม่ต้องกลัวร้อน ดูสิมือสั่นแบบนี้เดี๋ยวกระทะก็คว่ำพอดีคุณแม่คิดว่าที่กระทะส่ายไปมาเพราะกระปุกมือสั่น 

หนูจับแน่นแล้วนะคะ แต่กระทะมันไม่ยอมอยู่เฉยๆเด็กหญิงบอกคุณแม่

กระทะมันจะขยับเองได้ยังไงถ้าหนูไม่ได้เป็นคนทำให้มันส่ายคุณแม่บอกพร้อมจับมือของกระปุกไว้

 

เลิกทำตัวสั่นไปมาซะทีเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงที่ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และกระปุกไม่ได้ยิน เจ้ากระทะเทฟล่อน หันไปมองที่มาของเสียง กระทะใบเก่านั่นเองที่ส่งเสียงดุ 

ทำตัวให้สมเป็นกระทะหน่อย อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวนี้เลยนะ” 

แต่ผมกลัวไฟ ร้อนๆ ช่วยด้วย ตัวผมจะไหม้อยู่แล้วเจ้ากระทะเทฟล่อนร้องขอความช่วยเหลือ

มีตรงไหนของนายที่ไหม้อยู่หรือ เอะอะโวยวายไม่เข้าเรื่องกระทะใบเก่าพูดอย่างรำคาญ

ก็ตรงที่โดนไฟร้อนๆ ก้นผมไหม้ไปหมดแล้ว อ๊ากกกกกกกกระทะเทฟล่อนร้องเสียงดังกว่าเดิม 

กระทะใบเก่าส่ายหัวเลิกร้องได้แล้ว เขาปิดเตาไปแล้ว ไข่เจียวสุกเรียบร้อย ตัวนายไม่ได้เป็นอะไรที่ตรงไหนสักนิด” 

กระทะเทฟล่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้นสำรวจตัวเอง มันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ด้วย 

แปลกแฮะมันแปลกใจมากที่ไม่ได้รับอันตรายจากไฟสักนิด ตัวมันไม่ได้ถูกไฟไหม้จนเสียหาย ความร้อนไม่ได้ทำให้ผิวของมันระคายเคือง

แปลกตรงไหนกันหือ กระทะใบเก่าถาม

ทำไมไม่เจ็บเลยสักนิด ไฟร้อนขนาดนั้น ผมคิดว่าต้องตายแน่ๆ กระทะเทฟล่อนดีใจที่มันรอดชีวิตมาได้

ไม่มีใครบอกนายหรือไง ว่ากระทะน่ะไม่ได้รับอันตรายจากไฟง่ายๆ หรอก เราเกิดมาเพื่อถูกใช้คู่กับไฟน่ะ กระทะใบเก่าบอก

ผมไม่รู้นี่ฮะ  กระทะเทฟล่อนยิ้มอายๆ 

ดูโน่นสิ ไข่เจียวที่ทอดในตัวนายทำให้พวกเขามีความสุขกัน เห็นมั้ย แล้วทีนี้นายยังจะกลัวอีกมั้ย กระทะใบเก่าชี้ให้กระทะเทฟล่อนดูภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกตักไข่เจียวกินอย่างเอร็ดอร่อย

คราวหน้ารับรองว่าผมไม่แหกปากร้องให้เสียชื่อกระทะแล้วล่ะฮะ อาหารที่ทำขึ้นในตัวผม จะต้องอร่อย และทำให้คนที่ปรุงและกินมีความสุข กระทะเทฟล่อนกล่าวอย่างมุ่งมั่น

ยินดีด้วย ในที่สุดนายเป็นกระทะเต็มตัวซะทีกระทะใบเก่าและเครื่องครัวต่างๆ ส่งยิ้มให้กระทะเทฟล่อน 

 

๑๖ มีนาคม ๒๕๕๑


เหมียวน้อยเป็นหวัด

มีนาคม 10, 2008

ที่โรงเรียนอนุบาลแมวเหมียว จู่ๆ เหมียวน้อยซึ่งเรียนชั้นอนุบาล ก็เป็นหวัด 

 

เหมียวน้อยนอนพักอยู่ในห้องพยาบาล มีคุณครูดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ป้อนข้าวและเช็ดตัวให้ แถมคุณแม่ยังมารับกลับบ้านก่อนถึงเวลาเลิกเรียน เพื่อนแมวในชั้นอนุบาล รู้สึกอิจฉาเหมียวน้อยมาก

 

อยากให้คุณครูป้อนข้าว

อยากนอนห้องพยาบาล

อยากกลับบ้านเร็วๆ

อยากเป็นหวัดแบบเหมียวน้อย

ฯลฯ

 

บรรดาเหมียวอนุบาล จัดการประชุมขึ้นในหัวข้อทำยังไงถึงจะได้เป็นหวัด

ครูบอกว่าหวัดเป็นโรคติดต่อ ถ้าเราเข้าใกล้เหมียวน้อยเราก็จะได้ติดหวัด

แต่เหมียวน้อยกลับบ้านไปแล้ว

เราไปเยี่ยมเหมียวน้อยกันเถอะจะได้ติดหวัด

ไปเลยๆ

 

แล้วลูกเหมียวทั้งหลายก็พากันไปที่บ้านเหมียวน้อย แต่พอไปถึงบ้านคุณแม่ของเหมียวน้อยกลับไม่ให้เด็กๆ เข้าไปในบ้านเพราะกลัวว่าลูกแมวตัวอื่นๆ จะติดหวัดไปด้วย ทำให้พวกเด็กๆ ผิดหวังอย่างมาก

 

ทำยังไงถึงจะได้เป็นหวัดนะเด็กๆ ปรึกษากันอีกครั้ง 

ถ้าเรารู้ว่าเหมียวน้อยเอาเชื้อหวัดมาจากไหนก็ดีน่ะสิ” 

เหมียวน้อยไปเอาเชื้อหวัดมาจากไหนกันนะ น่าสงสัยจริงๆ เพราะปกติแล้วแมวทั้งหลาย ไม่ว่าแมวเด็ก แมวผู้ใหญ่ หรือแมวชรา จะไม่เป็นหวัดง่ายๆ 

 

ฉันรู้ว่าเหมียวน้อยเอาเชื้อหวัดมาจากไหนว่าแต่พวกเธออยากเป็นหวัดกันจริงๆ น่ะหรอกบตัวเขียวที่แอบฟังพวกลูกแมวคุยกันกระโดดขึ้นมาจากบ่อน้ำ

เด็กๆ หันไปมองด้วยความสนใจอยากสิ เราอยากเป็นหวัด อยากให้มีคนป้อนข้าว อยากให้คุณแม่เอาใจ

วันก่อนที่ฝนตกหนักน่ะ พวกกบอย่างเราดีใจมาก พวกเราชอบฝน เลยออกมาร้องเพลงและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายฝน แล้วเหมียวน้อยก็มาขอเล่นด้วยฉันว่าเพราะน้ำฝนนี่แหละที่ทำให้เหมียวน้อยเป็นหวัดกบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนให้ลูกแมวฟัง

 

เล่นน้ำฝนแล้วจะเป็นหวัดจริงๆ นะลูกแมวทั้งหลายดีใจมาก 

แต่ลูกแมวตัวหนึ่งแย้งว่าไม่น่าเชื่อ ดูเธอก็ยังแข็งแรงไม่เห็นเป็นอะไรเลย” 

ก็ฉันเป็นกบนี่ น้ำฝนไม่ทำให้ฉันป่วยหรอก แต่ถ้าแดดแรงเกินไปฉันจะไม่สบายได้น่ะกบอธิบาย

เด็กๆ พยักหน้ารับรู้ และวางแผนว่าถ้าฝนตกคราวหน้าจะแอบไปเล่นน้ำฝนกันเพื่อที่จะได้เป็นหวัดบ้าง 

 

และแล้วพวกเด็กๆ ก็ได้เป็นหวัดสมใจ แถมเป็นไข้หวัดใหญ่อีกต่างหาก

โอ๊ยทำไมปวดหัวอย่างนี้

โอ๊ยปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว

ไอจนไม่มีเสียงแล้ว เจ็บคอจัง แสบจมูกด้วย

อยากไปวิ่งเล่นแล้วนะ

อยากไปโรงเรียน คิดถึงเพื่อน คิดถึงครู

ฯลฯ

 

บรรดาลูกเหมียวทั้งหลายที่เป็นหวัดได้รับการดูแลจากคุณแม่เป็นอย่างดี ตามที่พวกมันคิดไว้ แต่ทุกตัวก็ได้ข้อสรุปตรงกันว่า

ไม่เอาแล้ว เป็นหวัดไม่เห็นสนุก

 

นับแต่นั้นเป็นต้นมาแมวเหมียวทั้งหลายก็ไม่ออกไปเล่นน้ำฝนอีกเลย   

……………………………………

9 มีนาคม 2551