New mom 3 : ทำนาย…ชายหรือหญิง

เมษายน 7, 2009

คำโบราณว่าไว้
“…หญิงใดลักษณะครรภ์เป็นสันนูนแหลม  ทารกในครรภ์นั้นจักเป็นหญิง …แต่หากครรภ์กลมมนไซร้ จักได้บุตรชาย”
คำสมัยใหม่ค้านว่า
“…รูปทรงของครรภ์ไม่เกี่ยวข้องกับเพศของทารกแต่อย่างใด อยากรู้หญิงหรือชาย อัลตราซาวน์ดูกันให้รู้ไปเลย”
แต่เจ้าหนูบางคนก็ขี้อายเกินกว่าที่จะยอมเปิดเผยให้คุณแม่คุณพ่อรู้ล่วงหน้าว่า เขาน่ะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ การทำนายเพศทารกจึงยังคงเป็นเรื่องที่น่าสนุก สำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่
ก่อนจะถึงวันคลอดจริง ลองมาทายเพศทารกกันเล่นๆ  ดูซิว่าตำราไหนจะแม่นกว่ากัน
ว่ากันว่า
- ถ้าครรภ์ขยายออกไปด้านหน้ามาก ทารกจะเป็นเพศชาย แต่ถ้าครรภ์ของคุณขยายไปทางด้านข้างมากกว่า คาดว่าทารกจะเป็นเพศหญิง
- หากครรภ์ของคุณมีรูปร่างคล้ายลูกบาสเกตบอล ทารกจะเป็นเพศชาย แต่ถ้ารูปทรงออกคล้ายๆ แตงโม ทารกจะเป็นเพศหญิง
- ถ้าหัวใจทารกในครรภ์เต้นเกิน 140 ครั้ง ต่อนาที ทารกเป็นผู้หญิง ถ้าต่ำกว่า เป็นผู้ชาย
-  ลองวางเข็มเย็บผ้าเล่มเล็กๆ ลงบนหน้าท้อง แล้วคอยสังเกตการเคลื่อนที่ของเข็ม ถ้าเข็มเคลื่อนหมุนเป็นวงกลม ทารกเป็นเพศชาย แต่ถ้าเข็มเคลื่อนที่ซ้าย-ขวา ทารกจะเป็นเพศหญิง

อย่างที่คำสมัยใหม่ค้านไว้ ว่ารูปทรงของครรภ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพศของทารก แต่ทำไมลักษณะครรภ์ของว่าที่คุณแม่แต่ละคนถึงไม่เหมือนกันล่ะ?
ลักษณะรูปทรงของครรภ์ของคุณแม่แต่ละคนขึ้นกับ
- ลักษณะการทรงตัวของท้อง การยืดตัวของเนี้อเยื่อ และกล้ามเนื้อท้องว่ามีมากน้อยเพียงใด เช่น ถ้าการยืดตัวเป็นแบบหลวมๆ รูปร่างครรภ์จะแบนและโค้งมน
- ปริมาณน้ำคร่ำ ซึ่งแต่ละคนจะมีมากน้อยไม่เท่ากัน
- ปริมาณการสะสมไขมัน และน้ำในเนื้อเยื่อของคุณแม่
- ตำแหน่งของมดลูก ถ้ามดลูกของคุณอยู่ค่อนมาด้านหน้า ท้องคุณจะเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ยังตั้งครรภ์อ่อนๆ
- ท่าทางของคุณแม่ เช่น หากนั่งขัดสมาธิบ่อยๆ ก็มีโอกาสที่ครรภ์จะโย้ไปด้านหน้าได้มากขึ้น

รู้ถึงเหตุที่ทำให้บางคนท้องแหลม บางคนท้องกลมก็แล้ว
รู้เพศของลูกจากการอัลตราซาวน์ก็แล้ว
แต่อ่านเรื่องนี้แล้วจะมีใครอดใจไม่ลองทำนายเพศลูกด้วยตัวเองบ้างหนอ?
————————————————————————-
ล้อมกรอบ
สปาหน้าท้อง
ใครๆ ก็ฮิตไปสปา คุณแม่ชอบความผ่อนคลาย แสนสบายจากการทำสปาเพียงใดทารกในครรภ์ก็ชอบแบบเดียวกันนั่นล่ะค่ะ
ว่าแล้วเปิดสปาผ่านหน้าท้องกันดีกว่า
- ชโลมน้ำมันมะกอกหรือเบบี้ออยล์บนหน้าท้องของคุณ
- ใช้แปรงขนอ่อนๆ หรือใช้มือนวดเบาๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ สะดือซึ่งเป็นส่วนที่เนี้อเยื่อขยายมากที่สุด การนวดจะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตบริเวณผิวครรภ์ดีขึ้น
- ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นลูบไล้บริเวณครรภ์ หายใจเข้า-ออกลึกๆ พร้อมลูบท้องเบาๆ ให้เกิดความรู้สึกถึงการสัมผัสระหว่างครรภ์กับฝ่ามือ แล้วใช้ปลายนิ้วนวดจนกระทั่งผิวแห้ง
เพียงเท่านี้ ทารกในครรภ์ก็ผ่อนคลายและสดชี่นขึ้น ราวกับได้ไปสปาเชียวล่ะ

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 446 เมษายน 2552


New mom 2 : ช่วงเวลาแห่งความเข้าใจ

เมษายน 7, 2009

เมื่อพ้นจากระยะขี้อิจฉาของว่าที่คุณพ่อ การตั้งครรภ์ก็เข้าสู่ไตรมาสที่ 2  ซึ่งเป็นระยะที่คุณจะเริ่มรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของลูกแล้วล่ะ
อันที่จริงเขาเริ่มเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่อายุ 7-8 สัปดาห์ แต่ตอนนั้นเขายังเล็กมาก คือมีขนาดเพียง 10 มิลลิเมตร คุณจึงยังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเขา
แต่ตอนนี้เขาเจริญเติบโตขึ้นมากแล้ว คือมีความยาวจากศีรษะถึงก้นประมาณ 140-160 มิลลิเมตร และมีอวัยวะส่วนที่สำคัญๆ เกือบครบ เขาจะแข็งแรงมากขึ้นจนคุณรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเมื่อเขาขยับตัว
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้น ซึ่งเป็นความรู้สึกที่จับต้องได้ว่า ชีวิตอีกชีวิตหนึ่งกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง ภายในครรภ์ของคุณนั้น จะทำให้คุณรู้สึกถึงการเป็นแม่อย่างเต็มตัว
ต่างจากไตรมาสที่แล้ว ที่แม้คุณจะรับรู้ว่ามีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ในตัว แต่กลับไม่สามารถสัมผัสได้
ถือโอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าพ่อลูกกันดีกว่าค่ะ
ก็แหม…ช่วงที่คุณตั้งครรภ์นี้ มีแต่คุณเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับลูก อาการขี้อิจฉาของว่าที่คุณพ่อที่สงบลงไปแล้วอาจปะทุขึ้นอีกก็ได้
ดังนั้น คุณควรใช้โอกาสที่ลูกดิ้นนี้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างว่าที่คุณพ่อให้เกิดความรัก ความผูกพันกับลูกที่กำลังจะเกิดมา ด้วยการให้เขาสัมผัสหน้าท้องคุณเบาๆ เวลาที่ลูกดิ้น หรือให้เขาเอาหูแนบกับหน้าท้องของคุณเพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตน้อยๆ เปิดโอกาสให้เขาได้พูดคุย ทักทาย อ่านนิทาน ร้องเพลงให้ลูกฟังบ้าง ก็จะยิ่งเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างพ่อลูกให้มากขึ้น
นอกจากนี้คุณแม่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์นี้เป็นครรภ์แรก ยังสามารถใช้โอกาสที่เจ้าตัวเล็กในท้องดิ้นนี้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าตัวเล็กคนแรกของคุณที่กำลังเปลี่ยนสถานะเป็นพี่ ให้เกิดความรัก ความผูกพันกับน้องที่กำลังจะเกิดมา ได้ด้วยการให้เขาสัมผัสหน้าท้องคุณไปพร้อมๆ กับพ่อ
การที่พี่ได้สัมผัสน้องผ่านทางหน้าท้องแม่ จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเห็นน้อง และรอคอยวันที่น้องจะคลอดออกมา
ช่วงเวลาแห่งความผูกพันนี้จะสร้างความรักความเช้าใจของคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี แล้วบรรยากาศดีๆ ในบ้านจะเกิดขึ้น
ไตรมาสนี้แพทย์จะนัดตรวจคุณแม่ทุก 4 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง แพทย์อาจนัดตรวจบ่อยกว่านี้ คุณแม่ต้องไปตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง และถ้ามีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดท้อง ท้องเสีย ก็ควรรีบพบแพทย์ที่ฝากครรภ์ทันทีโดยไม่ต้องรอจนถึงวันที่แพทย์นัด และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาส่วนใหญ่จะดูดซึมผ่านรกเข้าไปได้ ซึ่งอาจมีผลต่อทารกในครรภ์
และอย่าลืมชวนว่าที่คุณพ่อไปพบแพทย์ด้วยกัน อย่างที่แนะนำไว้ในหน้า New Mom 1 ด้วยนะคะ
————————————————————————-
ล้อมกรอบ
ไม่’ซาวน์ได้มั้ย?
ไตรมาสนี้แพทย์มักแนะนำให้อัลตราซาวน์ คุณแม่บางท่านอาจลังเล อย่าหลงผิดคิดว่าอัลตราซาวน์ทำได้แค่ตรวจเพศของทารกเชียว เพราะมันยังบอกอะไรได้อีกหลายอย่าง เช่น
-    ช่วยประเมินการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ประเมินน้ำหนักและวินิจฉัยภาวะการเจริญเติบโตของทารก
-    ประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ โดยการดูการเคลื่อนไหว การหายใจ    วินิจฉัยความพิการทางร่างกายและโรคหัวใจแต่กำเนิดของทารก
-    ประเมินส่วนนำของทารกในการคลอด เช่น จะคลอดท่าหัวหรือท่าก้น เป็นต้น
-    ประเมินปริมาณน้ำคร่ำ หาตำแหน่งการเกาะตัวชองรก เพื่อวินิจฉัยภาวะรกเกาะต่ำ
รู้อย่างนี้แล้วจะ’ซาวน์มั้ยคะ

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 446 เมษายน 2552


New mom 1 : คุณพ่อขี้อิจฉา

เมษายน 5, 2009

ลูก…ดุจดังโซ่ทองคล้องใจคนเป็นพ่อแม่ คำกล่าวนี้ใครๆ ก็เคยได้ยิน
และเมื่อได้ยินได้ฟังก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เมื่อถึงเวลาที่จะมีสิ่งมีชีวิตน้อยๆ มาเติมเต็มความเป็นครอบครัวให้สมบูรณ์ คุณและเขาจะต้องรู้สึกเป็นสุขที่ได้เป็นแม่เป็นพ่อ
แต่เมื่อการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจริงๆ พวกคุณอาจไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น
อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองผิดปกติ หรือไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดี
เพราะความรู้สึกแรกๆ ของคนที่จะเป็นพ่อแม่มือใหม่ มักไม่สวยหรูอย่างที่เคยฝันไว้ โดยเฉพาะกับครอบครัวที่เพิ่งมีลูกคนแรก ไม่แปลกเลยที่แม้พวกคุณจะดีใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าการมีลูกเป็นการสิ้นสุดความมีอิสระ ต้องรับภาระหน้าที่ที่หนักและผูกพันยาวนาน ยิ่งในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้ อาจทำให้คุณมองโซ่ทองเส้นนั้นเป็นโซ่ตรวนแห่งภาระ
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัว ที่คุณต้องทำความเช้าใจอีกมาก เช่น อาการแพ้ท้อง อารมณ์หงุดหงิด รูปร่างที่อวบอ้วน ความเปลี่ยนแปลงทางกายและใจของคนจะเป็นแม่ ที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ของคุณและเขาไม่แนบแน่นเท่าเดิม
เมื่อแรกที่ผู้ชายรู้ว่าจะได้เป็นพ่อ มักมีความรู้สึกห่วงภรรยา เอาอกเอาใจมากขึ้น มีความภาคภูมิใจ กับบทบาทใหม่ที่กำลังจะได้รับ คำว่า พ่อ ดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน
แต่ขณะเดียวกันความรู้สึกอีกด้าน ความกังวล กลัวการเปลี่ยนแปลง วิตกถึงภาระหน้าที่นั้นก็จะต่อยๆ ก่อตัวขึ้น
และที่ร้ายกว่านั้นคือเขาอาจกลัวว่าคุณจะให้ความสำคัญกับเขาน้อยลง คล้ายๆ กับเด็กที่กลัวว่าน้องจะมาแย่งแม่ไป
ความอิจฉาที่เกิดขึ้น ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของว่าที่คุณแม่ที่หงุดหงิดง่าย ความเปลี่ยนแปลงทางกาย การอ่อนเพลียจากการแพ้ท้องที่ทำให้จัดการงานบ้าน และดูแลสามีได้ไม่เต็มที่ การเห่อลูกของคุณ อาจทำให้ว่าที่คุณพ่อมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
คุณและเขาอาจมีปากเสียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องบ่อยๆ
เขาอาจจะหนีปัญหานั้นด้วยการหันหน้าเข้าหาเพื่อน หรือแอบไปมีกิ๊ก ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อคุณเลย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มตั้งครรภ์เช่นนี้ ผู้หญิงเรามักต้องการการเอาอกเอาใจมากเป็นพิเศษ
ทางแก้พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสามี ทั้งจากการปรับตัวตั้งรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ทับ และอาการอิจฉาลูกนั้นยังมี เพียงคุณเปิดโอกาสให้เขาได้รับรู้เรื่องการตั้งครรภ์ รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณ  ชวนเขาไปพบแพทย์ด้วยกัน รับฟังผลการตรวจ และคำแนะนำจากคุณหมอพร้อมๆ กัน ให้เขาได้รับรู้ถึงความยากลำบากอุปสรรคของการตั้งครรภ์
หากเขาได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นทุกตอนของการตั้งครรภ์ของคุณเช่นนี้ เขาจะเข้าใจถึงภาระหน้าที่ใหม่ของตัวเอง เข้าใจความรู้สึกของคุณ และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของการเป็นพ่อได้ดีขึ้น
ความอิจฉาและกลัวว่าคุณจะให้ความสำคัญกับลูกมากจนละเลยเขาจะค่อยๆ น้อยลง แล้วความรักความเข้าใจแบบพ่อแม่ลูกจะก่อตัวขึ้นแทนที่
ล้อมกรอบ 
ขอ ‘ยุ่ง’ หน่อยน่า…
อ่ะแฮ่ม…เหตุหนึ่งของอาการอิจฉาลูกของว่าที่คุณพ่อทั้งหลายก็มาจากเรื่องนี้นั่นล่ะ
ก็ทันทีที่รู้ตัวว่า ‘ท้อง’ สัญชาตญาณความเป็นแม่มักจะกีดกันว่าที่คุณพ่อ ไม่ให้มา ‘ยุ่ง’ เพราะห่วงว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกน้อย
จริงๆ การมีเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม เพราะช่วงที่ตั้งครรภ์จะมีมูกข้นมากันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่โพรงมดลูก แถมทารกยังมีถุงน้ำคร่ำปกป้องอีกชั้น แต่เมื่อถึงจุดสุดยอดแล้วบางคนอาจมีเลือดหยดออกมาหรือมีอาการเจ็บมดลูก ซึ่งไม่เป็นอันตราย หากพักสัก 1-2 ชั่วโมง แล้วอาการเหล่านี้หายไป แต่ถ้าไม่ดีขึ้นต้องรีบไปปรึกษาแพทย์
อ้อ…อย่าลืมบอกเขาให้ใช้ถุงยาอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันน้ำอสุจิเข้าไประคายเคืองต่อปากมดลูกนะคะ

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 446 เมษายน 2552