มิถุนายน 4, 2009
ระยะใกล้คลอดนี้คุณแม่อาจเครียดได้ง่าย ทั้งจากความตื่นเต้นที่ใกล้จะได้พบหน้าลูก ทั้งจากความวิตกกังวลต่างๆ การคลอดจะเป็นยังไง จะมีอุปสรรคมั้ย ลูกจะแข็งแรงหรือเปล่า ฯลฯ
ความตื่นเต้นปนกังวลนี่แหละค่ะที่อาจทำให้คุณเครียดโดยไม่รู้ตัว และเจ้าความเครียดนี้เองที่จะนำไปสู่การนอนไม่หลับ
การพักผ่อนนอนหลับของคุณแม่มีผลต่อสุขภาพของลูกในครรภ์ การที่คุณแม่พักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้ลูกที่จะคลอดออกมามีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติได้
คุณแม่บางท่านพอนอนไม่หลับก็วิตกว่าแม่พักผ่อนไม่พออย่างนี้ลูกจะเป็นอะไรมั้ย ทำให้ยิ่งเครียดมากขึ้นไปอีก
ความเครียดเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทั้งที่ท้องและไม่ท้องนอนไม่หลับได้ ยิ่งในคนท้องเวลานอนไม่หลับก็จะยิ่งกังวล ยิ่งเก็บความกังวลไว้ยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็ยิ่งนอนไม่หลับ กลายเป็นปัญหาวนไปวนมาไม่รู้จบ
กรณีนี้การหากิจกรรมทำยามว่าง รวมทั้งการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณแม่ที่มีประสบการณ์ จะช่วยคุณแม่คลายเครียดลงได้บ้าง
เพราะการได้พูดคุยกับคุณแม่ท่านอื่นๆ จะช่วยให้คุณแม่สบายใจ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นขึ้น เมื่อคุณแม่วิตกกังวลน้อยลง ก็จะนอนหลับสบายขึ้นได้ค่ะ
ถ้ายังไม่ได้ผลอีก แนะนำให้คุณแม่ ฝึกทำสมาธิเพื่อลดความเครียด ใช้ความสงบผ่อนคลาย ลดความวิตก เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า กันดีกว่าค่ะ
วิธีการก็ง่ายๆ เพียงนั่งในท่าสบายๆ บนเก้าอี้ สูดอากาศให้เข้าเต็มช่องท้อง พยายามอย่าให้ไหล่ยกขึ้น แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก เป็นจังหวะช้าๆ
ทำเช่นนี้ประมาณ 10 ครั้ง คุณจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลาย สบายตัวขึ้นเยอะเชียวค่ะ
และเมื่อคุณแม่รู้สึกว่าร่างกายสบายขึ้น สมองก็จะปลอดโปร่ง พอจิตใจสบายคลายกังวล เจ้าความเครียดที่มีอยู่ก็มลายหายไปในพริบตา
แต่ถ้ายังคงมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับติดๆ กันเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์ดีกว่าค่ะ ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเอง เพื่อให้นอนหลับได้นานๆ แม้ว่าจะเป็นยาชนิดเดิมที่เคยรับประทานในช่วงก่อนตั้งครรภ์ เพราะการใช้ยานอนหลับขณะตั้งครรภ์อาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ เช่น ขณะคลอดยาจะไปกดระบบการหายใจของลูก ทำให้เด็กหายใจได้ไม่เต็มที่
ส่วนใหญ่แล้วอาการนอนไม่หลับของบรรดาว่าที่คุณแม่ มักเป็นอยู่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น โดยทั่วไปมักไม่มีอันตรายร้ายแรงต่อลูก การหาโอกาสงีบหลับในตอนกลางวัน ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยชดเชยเวลานอนที่น้อยลงในตอนกลางคืนได้
ทำใจให้สบาย รอรับขวัญเจ้าตัวเล็กที่ใกล้จะออกมาสู่โลกกว้างกันดีกว่า…อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะ
__________________
ล้อมกรอบ
เคล็ดลับหลับสบาย
นอกจากการฝึกหายใจเพื่อคลายความเครียดแล้ว ท่านอนที่เหมาะสมก็มีส่วนช่วยให้คุณหลับสบายได้ คุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้ายนี้ควรนอนตะแคง เพราะการนอนหงายนอกจากจะทำให้คุณอึดอัดจนนอนไม่หลับหรือมีอาการปวดหลังแล้ว มดลูกก็จะไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ที่จะนำเลือดกลับสู่หัวใจ ทำให้เลือดกลับสู่หัวใจไม่สะดวก มีผลให้หัวใจของแม่เต้นเร็วขึ้น เกิดอาการใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ หน้ามืด และเลือดที่จะไปเลี้ยงมดลูกก็จะลดลงไปด้วย
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 448 มิถุนายน 2552
Leave a Comment » |
บทความ |
ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย chanakith
มิถุนายน 4, 2009
ไตรมาสนี้ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของว่าที่คุณแม่จะปรับตัวเข้ากับสภาวะใหม่ได้มากขึ้น คุณจะแพ้ท้องน้อยลง พ้นระยะที่จะแท้งง่าย แล้วก็ยังไม่อุ้ยอ้ายเสียจนทำอะไรไม่คล่อง ช่วงนี้จึงเหมาะที่สุดที่จะจัดการเรื่องต่างๆ ให้ลงตัว
แล้วสิ่งไหนบ้างล่ะที่คุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนที่การตั้งครรภ์ของคุณจะดำเนินไปถึงไตรมาสสุดท้าย ลองมาดูกันค่ะ
- ไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจทุกอย่างที่คุณหมอแนะนำ หากคุณหมอแนะให้อัลตราซาวน์ หรือเจาะตรวจน้ำคร่ำ หรือตรวจด้วยวิธีพิเศษอื่นๆ ไม่ควรปฏิเสธ และหากรู้สึกว่ามีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด ควรบอกให้แพทย์รับรู้ อย่านิ่งนอนใจว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญเชียว
- หากคุณเป็นคุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยดูแลเด็กมาก่อน มองหาที่ปรึกษาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ ลองสอบถามคนใกล้ตัว อย่างคุณยาย คุณย่า พี่น้องหรือเพื่อนของคุณ ถ้าไม่รู้จะพึ่งใครจริงๆ ลองสอบถามข้อมูลจากสถานพยาบาลหรือสถานเลี้ยงเด็กที่ไว้ใจได้ เพื่อหาความรู้เกี่ยวกับการคลอด การดูแลทารก และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไว้ให้มากที่สุด
การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณแม่ของคุณ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนๆ และการศึกษาหาความรู้จากหนังสือ อินเตอร์เน็ต จะช่วยให้คุณสบายใจและมีความมั่นใจขึ้น
ส่วนคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ คนพี่อยู่ ก็ต้องฝึกคุณพ่อให้ดูแลพี่ ระหว่างที่คุณแม่ไปคลอดน้อง ไว้ด้วยนะคะ เพราะจู่ๆ จะให้พ่อๆ ลูกๆ อยู่กันตามลำพัง คงโกลาหลน่าดู
- จดรายการของใช้ที่จำเป็น แล้วออกช้อปปิ้ง การเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ ทั้งของคุณและของลูก ในช่วงนี้จะเหมาะที่สุด เพราะหากไปเตรียมเอาตอนใกล้คลอดอาจนึกไม่ออก หรือนึกออกก็อาจไปหาซื้อไม่ทัน นึกถึงรายการของที่จำเป็นอย่างขวดนม ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ที่นอนเด็ก เปลก่อน ส่วนของที่ยังไม่รีบใช้อย่างรถหัดเดิน หรือของเล่นเสริมทักษะต่างๆ ยังไม่ต้องรีบหาซื้อหรอกค่ะ
อ้อ…ของใช้สำหรับเด็กบางอย่าง ที่มีช่วงการใช้ไม่นาน อย่างเปลโยก เป้อุ้ม เสื้อผ้า (อย่าลืมว่าทารกนั้นโตเร็วมากเสื้อบางตัวใส่ไม่กี่ครั้งก็คับซะแล้ว) อาจหยิบยืมจากเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มีลูกโตแล้วได้ นอกจากจะเป็นการประหยัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง แล้วคุณอาจได้คำแนะนำดีๆ จากคุณแม่รุ่นพี่ เป็นของแถมอีกด้วย
ถ้าวางแผนจะย้ายบ้าน ตกแต่งบ้าน เตรียมห้องใหม่ ไปเที่ยว ไปพักผ่อนต่างจังหวัด ช่วงนี้เหมาะที่สุดค่ะ เพราะนอกจากคุณจะพ้นจากช่วงเสี่ยงต่อการแท้งแล้วยังไม่ต้องกังวลเรื่องการคลอดอย่างฉุกเฉินด้วย
- เตรียมตั้งชื่อลูก ไม่เร็วไปหรอกค่ะที่จะเตรียมหาชื่อเหมาะๆให้ลูก ไว้ตั้งแต่ตอนนี้คุณแม่คุณพ่อบางครอบครัวเตรียมหาชื่อให้ลูกตั้งแต่รู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์จนใกล้วันคลอดยังหาชื่อถูกใจไม่ได้เลย
ยังมีเรื่องราวที่คุณแม่ต้องเตรียมรับมืออีกเยอะเมื่อเวลาใกล้คลอด แต่หากคุณเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมตั้งแต่ไตรมาสนี้ ก็สบายใจได้เปลาะนึงแล้วล่ะค่ะ
—————————————
ล้อมกรอบ
เตรียมชื่อเหมาะๆ รอรับเจ้าตัวเล็ก
“ชื่อ” เป็นสิ่งที่จะติดตัวลูกนับแต่แรกเกิด ทั้งคุณแม่คุณพ่อคงต้องการให้ในสิ่งที่ดีที่สุดแก่เขา ส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะตั้งชื่อลูกโดยนำชื่อของคุณพ่อและคุณแม่มารวมกัน เพื่อแสดงให้ลูกได้รู้ว่า เขาเกิดจากความรักของพ่อแม่
นอกจากนี้ตามความเชื่อของคนไทยเรายังมีหลักการ เช่น การตั้งชื่อลูกชายนิยมใช้ตัวอักษรตัวแรกที่เป็นเดช ส่วนลูกสาวจะใช้อักษรที่เป็นศรี และไม่ว่าจะลูกชายหญิงจะต้องเลี่ยงการใช้อักษรที่เป็นกาลกิณี
ฟังดูยุ่งยากใช่มั้ยคะ แต่ยุคนี้ คุณแม่คุณพ่อมีตัวช่วยมากมาย ทั้งตำราตั้งชื่อ และเว็บไซต์ต่างๆ เช่น www.thaibabyname.com www.fortunename.com www.narmtip.com www.narmmongkol.com ฯลฯ
ลองคิด ค้น คลิก ชื่อเหมาะๆ ที่ถูกใจกันได้เลยค่ะ
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 448 มิถุนายน 2552
Leave a Comment » |
บทความ |
ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย chanakith
มิถุนายน 4, 2009
ประจำเดือนขาดหาย…
2 ขีดขึ้นบนแท่งทดสอบ…
ฉันท้องแล้ววววววววว….
นอกจากการบอกข่าวดีนี้ให้ว่าที่คุณพ่อ และญาติสนิทมิตรสหายได้รับรู้และร่วมยินดี มีเรื่องอะไรที่ฉันต้องรีบทำเพื่อเตรียมตัวเป็นแม่
เรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับแรกนั้นก็คือ…ไปฝากครรภ์ยังไงล่ะคะ
ไม่ต้องรอให้ครบ 2 หรือ 3 เดือน ไม่ต้องรอทดสอบด้วยตัวเองหลายๆ ครั้ง เพื่อให้มั่นใจก่อน สงสัยว่าตั้งครรภ์เมื่อไหร่ก็จูงมือว่าที่คุณพ่อไปพบสูตินรีแพทย์ได้เลย เพราะการพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อย จะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยได้มากกว่าการไปฝากครรภ์เมื่ออายุครรภ์มากแล้ว เรียกว่ามีอะไรน่าสงสัยจะได้ป้องกันแก้ไขได้ทันท่วงทียังไงล่ะ
ฝากครรภ์…ทำกันยังไง ?
ก่อนอื่นคุณหมอจะทำการตรวจปัสสาวะทดสอบให้แน่ใจว่าคุณตั้งครรภ์แล้วจริงๆ และจะถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพโดยทั่วไป เช่น ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดีมั้ย? มีโรคประจำตัวหรือเปล่า? ตั้งครรภ์นี้เป็นครรภ์ที่เท่าไหร่? เคยแท้งบุตรหรือไม่? ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ คุณหมอจะนำมาประกอบการดูแลคุณแม่ ตลอดช่วงการตั้งครรภ์ค่ะ
หากคุณหมอถามคำถามที่ทำให้คุณแปลกใจ ว่าเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ตรงไหน อย่าง ถามว่า คุณใส่รองเท้าเบอร์อะไร? ก็อย่าสงสัยไปเลยค่ะ เพราะคุณหมอจะสามารถกะขนาดของกระดูกเชิงกรานของคุณเพื่อวางแผนการคลอดได้จากขนาดของรองเท้านี่แหละ
แล้วคุณหมอก็จะชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูง เพื่อแนะนำเรื่องโภชนาการ หากคุณแม่มีน้ำหนักมากอยู่แล้ว คุณหมอจะแนะนำให้ควบคุมน้ำหนัก โดยรับประทานอาการที่มีโปรตีนสูง แต่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตต่ำ
จากนั้นก็จะทำการวัดความดันโลหิต, ตรวจเลือด หาเชื้อซิฟิลิส, เอชไอวี, ไวรัสตับอักเสบ, ดูความสมบูรณ์ของเลือด, หมู่เลือด, ตรวจการทำงานของหัวใจ, ปอด, ตรวจปัสสาวะ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตรวจในครั้งต่อไป
นอกจากนั้นอาจจะมีการตรวจลักษณะภายนอกของท้องเพื่อเช็คดูขนาดของมดลูก บางรายอาจต้องตรวจเต้านม และตรวจภายในด้วย
กรณีที่แม่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น คุณแม่อายุเกิน 35 ปี หรือมีโรคประจำตัวบางอย่างที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ ก็จะมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม
จุดมุ่งหมายในการฝากครรภ์นั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่และทารกในครรภ์จะมีสุขภาพดี แข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์ การฝากครรภ์จึงมีความสำคัญมากสำหรับคุณแม่ เพราะหากมีปัญหาหรือสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างนั้น คุณแม่จะได้รีบปรึกษาคุณหมอและเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที
ดังนั้น อย่ามัวรีรอ ไปพบแพทย์เพื่อตรวจและฝากครรภ์ทันทีที่สงสัยว่าตั้งครรภ์ หรืออย่างช้าไม่ควรเกิน 3 เดือนหลังจากประจำเดือนขาดหายไปนะคะ
————————————————————————-
ล้อมกรอบ
Did You Know?
การใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์นั้นควรทดสอบกับปัสสาวะตอนเช้า เพราะจะมีระดับฮอร์โมนที่เข้มข้น และควรใช้ช่วงกลางของปัสสาวะ ชุดทดสอบส่วนมากจะมีความแม่นยำมากเมื่อคุณตั้งครรภ์ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
ตามปกติในชุดทดสอบการตั้งครรภ์จะแนะนำวิธีการใช้ไว้ ดังนี้
1. จุ่มแถบทดสอบลงในถาดปัสสาวะ ประมาณ 30 วินาที
2. นำแถบวางพาดบนถาดใส่ปัสสาวะ หรือวางบนพื้นราบๆ รอประมาณ 3 นาที
3. ถ้าปรากฏแถบสีชมพูขึ้นเพียงขีดเดียวแสดงว่าไม่ตั้งครรภ์ แต่ถ้าแถบสีชมพูขึ้น 2 ขีด ล่ะก็ เตรียมตัวไปฝากครรภ์ได้เลยค่ะ
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 448 มิถุนายน 2552
Leave a Comment » |
บทความ |
ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย chanakith