เด็กๆ ของเราอ่านอะไรกันอยู่

พฤษภาคม 15, 2008

ทำไมเด็กไทยไม่อ่านหนังสือ
ทำไมคนไทยไม่อ่านหนังสือ
เป็นคำถามที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คำถามแบบนี้ฉันได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ได้แต่สงสัยว่า ทำไมจะไม่อ่าน ก็ฉันคนนึงล่ะที่อ่านอยู่

ตอน ม. ปลาย ฉันก็ไม่ต่างจากเด็กอีกไม่รู้กี่ล้านคนในประเทศนี้ที่โตมากับค่านิยมว่า เด็กเก่งต้องเรียนสายวิทย์ ด้วยเกรดเฉลี่ยตอน ม. ต้น ประกอบกับตอนนั้นบ้านิยายวิทยาศาสตร์ ฉันจึงกลายเป็นเด็กวิทย์ไปกับเขาด้วย

พอเกรดเทอมแรกของ ม. 4 ออกมา อาจารย์ที่ปรึกษากลุ้มอกกลุ้มใจกับผลการเรียนของฉัน จนต้องเรียกไปพบ ก็ฉันเป็นเด็กวิทย์แต่ดันตกเลข ตกฟิสิกส์ (แล้วไปท็อปภาษาไทย สังคม ซะงั้น) อาจารย์หยิบแบบสอบถามเกี่ยวกับตัวฉันขึ้นมา มันเป็นแบบสอบถามที่ถามถึงเรื่องราวทางบ้าน กิจกรรม ความสนใจพิเศษและงานอดิเรก อาจารย์ถามฉันว่า
“ไหนเขียนว่างานอดิเรกคืออ่านหนังสือ ทำไมถึงสอบตก อ่านยังไง ไม่เข้าใจตรงไหน”
และอีหลายคำถามที่คาดคั้นราวกับที่ฉันเขียนว่าชอบอ่านหนังสือเป็นเรื่องโกหก คนอ่านหนังสือต้องสอบได้ดีทุกวิชา วันๆ ฉันคงทำแต่เรื่องไร้สาระ

นั่นแหละที่ทำให้ฉันสงสัยว่า คำว่า ‘อ่านหนังสือ’ ของอาจารย์หมายถึงอะไร คำว่า ‘อ่านหนังสือ’ ของเด็กๆ และผู้ใหญ่คนอื่นๆ คืออะไร

แล้วฉันก็ค้นพบว่า คำว่า ‘อ่านหนังสือ’ ของหลายๆ คน หมายถึงการ ‘อ่านหนังสือเรียน’ เท่านั้น

วันนี้ฉันได้เข้า เว็บไซต์ของศูนย์หนังสือจุฬา
ด้วยความที่อยากรู้ว่า เด็กสมัยนี้อ่านอะไรกัน (หรือพูดอีกอย่างคือผู้ใหญ่วันนี้เลือกอะไรให้เด็กๆ อ่านกัน)
ฉันคลิกเข้าไปที่ หมวด ‘10 อันดับ ขายดี หนังสือเด็กและเยาวชน’
แล้วพบว่า 8 ใน 10 อันดับ เป็นหนังสือคู่มือการเรียน
(http://www.chulabook.com/cgi-bin/main/2007/bestseller_kid_engbook.asp)

นั่นอาจไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งการสอบเข้าสถานศึกษาของพวกเด็กๆ
…………………

วันฟ้าครึ้มฝนอย่างวันนี้ฉันมักจะนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนเก่งมาก เธอมีความสุขกับการเรียนและความสุขของเธอก็จบลงพร้อมๆ กับการจบการศึกษา นับตั้งแต่เรียนจบเธอดูไม่มีความสุขเลย เธอแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตโดยไม่มีคู่มือไม่ได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจจะจบชีวิตของตัวเองลง…

โชคดี…ที่เธอทำไม่สำเร็จ แต่เธอยังโหยหาคู่มือการใช้ชีวิตที่จะตอบทุกเรื่องได้
โชคร้าย…ที่คู่มือชีวิตที่จะช่วยชี้ทางเดินทุกก้าวย่างซ้ายขวา พร้อมเฉลยจุดหมายปลายทางไม่มีขาย

15 พฤษภาคม 2551


อนาคต…!!!

กุมภาพันธ์ 5, 2008

c0598653.jpg
ภาพ : จากฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับหนึ่ง

ไม่รู้ทำไมภาพขำๆ จากฟอร์เวิร์ดเมล์ภาพนี้ทำให้นึกถึงคำขวัญอย่าง
‘เด็กคืออนาคตของชาติ’
‘เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า’
‘เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติเด็กฉลาดชาติเจริญ’
ฯลฯ

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน
อดีตดี ปัจจุบันดี อนาคตน่าจะดี (แค่น่าจะ)
อดีตไม่ดี ปัจจุบันดี อนาคตน่าจะดี (น่าจะนะน่าจะ)
อดีตก็งั้นๆ ปัจจุบันไม่ค่อยดี อนาคตน่าจะ…….

การฝากความหวังไว้ที่เด็ก ฝากความหวังไว้กับอนาคต
โดยที่ปัจจุบัน (ซึ่งก็คือผู้ใหญ่) ไม่พยายามทำอะไรดีๆ ไว้
อนาคตจะเป็นยังไงนะ

ถ้าสองมือที่โอบอุ้มเด็กไร้ไออุ่น
ถ้าปัจจุบัน คือ 2 มือนั้น  แล้วอนาคตคือเจ้าตัวเล็กที่หลับปุ๋ยอยู่…
….คิดถึง Cat’s in the Cradle  เข้าอีกแล้วสิ

“I’m gonna be like you, dad. You know I’m gonna be like you.”

5 กุมภาพันธ์ 2551


มึนตึ้บ…อะไรกันเนี่ย…!

ธันวาคม 28, 2007

281207.jpg
ว่าจะไม่บ่นแล้วเชียว…แต่อดไม่ได้ขอบ่นส่งท้ายปีอีกเรื่องก็แล้วกันนะ

ด้วยอาชีพที่ต้องผจญกับศัพท์เก่า ศัพท์ใหม่ ศัพท์ประหลาดอยู่ทุกวัน พอได้ข่าวว่าราชบัณฑิตยสถานจะทำการรวมรวมศัพท์ใหม่ทันสมัยออกมาก็ยินดีเป็นล้นพ้น เพราะนึกขัดใจอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่ท่านๆ จะบัญญัติศัพท์ใหม่ๆ มาให้ใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นมาตรฐานเดียวกันเสียที เอาง่ายๆ อย่างคำว่า อีเมล กว่าท่านจะบอกให้ใช้อย่างนี้ ฉันก็ใช้ว่า อี-เมล์ไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

และแล้ว พจนานุกรมคำใหม่ เล่ม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ก็ออกมาเป็นรูปเป็นเล่ม โดย บริษัท สำนักพิมพ์แม็ค จำกัด มีหรือที่ฉันจะไม่หามาครอบครอง แต่….

พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย…แค่เห็นหน้าปกอิฉันก็มึนตึ้บแล้วเจ้าค่ะ เวิ้ร์ก เม้าธ์ เอ๊สเอ็มแอล ฯลฯ ไหนคราวก่อนท่านออกหลักเกณฑ์ว่า ไอ้บรรดาคำทับศัพท์ต่างๆ ที่จะถอดคำมาเป็นภาษาไทยน่ะ พยายามอย่าไปใส่วรรณยุกต์ให้มัน ยกเว้นจำเป็นจริงๆ เนื่องจากไม่ใส่แล้วความหมายจะตีความไปได้คนละทาง อย่าง pop กับ job หากไม่ใส่ไม้ตรี ก็จะกลายเป็น ปอป กับ จอบ หรือเครื่องดื่มน้ำดำสุดซ่า ที่ยังไงๆ ก็จะไม่ขอใช้ชื่อการค้าว่า โคก เด็ดขาด

เอาล่ะๆ ใจเย็นๆ ค่อยๆ เปิดดู
แล้วฉันก็พบความขัด ๓ ประการ

๑. ขัดกับพจนานุกรม ราชบัญฑิตฯ เล่มล่าสุด เช่น
ก๊อปปี้ พจนานุกรมราชบัญฑิตฯ พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้ ก๊อบปี้
เอ๊กซเรย์ พจนานุกรมราชบัญฑิตฯ พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้ เอกซเรย์
อีเมล์ (อันนี้ขัดกับข้อความในเว็บไซต์ของราชบัณฑิตฯที่บอกให้ใช้ อีเมล)
ฯลฯ
ขัดในข้อนี้พอจะทำความเข้าใจได้ว่า เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่
…รับทราบครับทั่น

๒. ขัดกับที่กล่าวไว้ข้างต้นคือเรื่องการใส่วรรณยุกต์
ค้อร์ส
ทริ้ป
ทรี้ตเม้นต์
เบิ๊ร์ดอายวิว
แบ๊กอั้ป
อั๊ปเดต
เวิ้ร์ก
เม้าธ์
เอ๊สเอ็มเอ๊ส
เอ๊สเอ็มแอล
ฯลฯ
ขัดที่ ๒ นี่ฉันอาจจะเข้าใจผิดไปเอง เข้าใจมาตลอดว่าไม่ควรใส่วรรณยุกต์ หรือไม่ก็ตกข่าวอย่างแรงว่าเขาเปลี่ยนหลักการกันมาตั้งนานแล้ว
โอว…ฉันไปอยู่ไหนมาเนี่ย
เอ้า ต่อๆ ขัดต่อไปก็คือ

๓. ขัดตา คำที่ใช้กันจนคุ้นเคยและดูเป็นสากลเข้าใจตรงกันดีแล้ว ไม่ยักเป็นไปตามที่เคยเห็น ดูแล้วมึนๆ งงๆ
เครดิตก๊าร์ด
เชียร์หลีดเด้อร์
แฝ็กซ์
โปรโหมต
พรีเหมี่ยร์
ฟิตเหนส
คอมพิวเต้อร์ (หน้า ๑๑๔ ในคำอธิบาย คำว่า ฟายล์,ไฟล์ และหน้า ๑๖๐ ในคำอธิบาย คำว่า แหล็ปท็อป)
แหล็ปท็อป
สป็อตไล้ต์
แฮ็มเบอร์เก้อร์
ฯลฯ
ขัดนี้ไม่รู้จะสรุปยังไง ใครผ่านมาแถวนี้ช่วยบอกทีว่า ฉัน มึนๆ งงๆ ก่งก๊ง เวียนเฮ้ด ป.ส.ด. หรือเปล่า…

ชะอุ๋ย….เปิดไปเจอตัวอย่างการใช้คำนี้เข้า

ซีเรียส ก. เอาจริงเอาจังมาก เช่น อย่าซีเรียสนักเลย จะแก่เร็ว…

ปละ..เปล่านะ เปล่าซีเรียส เขียนขำๆ อัพบล็อกเฉยๆ กลัวแก่ หุหุ
ว่าแต่ แบ๊กอั้ป ใช้ อั้ป (ไม้โท) อั๊ปเดต ใช้ อั๊ป ไม้ตรี แล้ว อัพบล็อก นี่เขียนยังไงดีหว่าฉับฉนๆ

28 ธันวาคม 2550