<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>chanakith</title>
	<atom:link href="http://chanakith.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://chanakith.wordpress.com</link>
	<description>นิทาน เด็ก คนท้อง และเรื่องผี !</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Dec 2009 07:05:52 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='chanakith.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/a5f35b2d177242387321e58692da86a2?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>chanakith</title>
		<link>http://chanakith.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://chanakith.wordpress.com/osd.xml" title="chanakith" />
		<item>
		<title>เรื่องเด็กๆ</title>
		<link>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86/</link>
		<comments>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Dec 2009 07:05:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chanakith</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chanakith.wordpress.com/?p=472</guid>
		<description><![CDATA[รถตู้สีขาวคาดแถบด้านข้างด้วยตราสัญลักษณ์โรงเรียนชื่อดังพร้อมสโลแกนว่า ‘กีฬาเด่น เน้นภาษา  วิชาเป็นเลิศ เจิดจรัสเป็นหนึ่ง’ แล่นมาจอดหน้าบ้าน เป็นสัญญาณบอกว่า เวลาทำงานกะกลางวันของผมหมดลง
“กลับมาแล้ว&#8230;” เสียงเจ้าลูกชายคนเล็กดังเข้ามาก่อนตัวเหมือนทุกครั้ง และก็เหมือนทุกครั้งอีก  เช่นกันที่จะมีอีกเสียงตามมา
“พี่มาถึงก่อน” น้ำเสียงฉุนเฉียวดังกว่าเสียงแรกเป็นของเจ้าคนพี่
“ทูถึงก่อน ทูเข้าประตูในบ้านก่อน” เจ้าทูตะโกนพลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย น้ำเสียงเริงร่ากลั้วหัวเราะยินดีราวกับจะประกาศชัยชนะที่เป็นผู้ก้าวเข้าบ้านได้ก่อน บ่อยครั้งที่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่ประตูบ้านผมนั้นมีเส้นชัยพร้อมธงตาหมากรุกติดอยู่หรืออย่างไร
“ก็ทูไม่ปิดประตูรั้ว พี่ปิดก็ช้ากว่าสิ”
“ช่วยไม่ได้&#8230;อยากลงรถช้าเองทำไม”
“ไอ้ทู เดี๋ยวเหอะ”
นั่นล่ะเหตุที่ทำให้เวลาทำงานของผมเป็นอันต้องหมดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
สี่โมงสิบห้า บวกลบไม่เกินสิบนาที เป็นเวลาที่ครูและโรงเรียนหมดพันธะกับนักเรียนชั่วคราว ว่าไปแล้วโรงเรียนที่แม่ของเจ้าสองคนนั่นเลือกให้เด็กๆ ก็นับว่าสมคำโฆษณา สาแก่ค่าเล่าเรียน
กีฬาเด่น&#8230;นอกจากวิขาพลศึกษา อย่างที่เด็กโรงเรียนวัดบ้านนอกอย่างผมได้เรียนสัปดาห์ละครั้งแล้ว โรงเรียนนี้ยังมีสอนว่ายน้ำ ยูโด ยิมนาสติก บวกเข้าไปอีกชนิดกีฬาละ 1 คาบต่อสัปดาห์
เน้นภาษา&#8230;ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ลูกผมได้เรียนหมด 4 ภาษา สำหรับสมองเด็กตัวกะเปี๊ยก ได้ดีทั้งหมดก็แปลก แต่แปลกที่ไอ้ทูของผมดันอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดีกว่าภาษาไทย หนำซ้ำเวลาแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ มันยังออกสำเนียงชัดแจ๋วว่า
“มาย เนม’ส เพลโต้”
ครับ, น่าจะแปลว่า ผมชื่อเพลโต้ แต่ผมคนไทยภาคอีสานแท้ๆ ไม่กล้าตั้งชื่อลูกฝรั่งจ๋าแบบนั้นหรอก แค่ลูกเรียกผมปาป๊า ให้เข้าคู่กับที่เรียกแม่ว่ามาม้า เพื่อนฝูงก็ล้อผมจะแย่
ปลาทูครับ ลูกผมชื่อปลาทู ตอนเข้าอนุบาล 1 ครูให้เขียนชื่อเจ้าทูเป็นภาษาอังกฤษ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chanakith.wordpress.com&blog=789327&post=472&subd=chanakith&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9459bb338d728c033dacea39c2d86473?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">nana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มือใหม่ : เลี้ยงแฝด&#8230;ให้แตกต่าง</title>
		<link>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2009 06:40:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chanakith</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chanakith.wordpress.com/?p=457</guid>
		<description><![CDATA[มีคนเคยบอกว่า เด็กแฝดนั้นน่ารักเพราะความเหมือน เราจึงมักเห็นคู่แฝดแต่งตัวเหมือนกันเปี๊ยบ
ดูๆ ไปก็น่ารักอย่างเขาว่า
แต่คุณแม่ที่มีลูกแฝดก็ต้องไม่ลืมนะคะว่า เขาเป็นคนละคนกัน การเลี้ยงลูกแฝดจึงควรให้เขามีความเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด
ความเหมือนโดยธรรมชาติ
นอกจากความเหมือนที่มาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และความเหมือนจากการเป็นแฝด โดยเฉพาะแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันที่มีเพศเดียวกันและหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบแล้ว สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เขาเกิดมาและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ก็มีส่วนทำให้เด็กแฝดให้มีความชอบ พฤติกรรมและลักษณะนิสัยเหมือนกันได้มากขึ้น ก็เขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกันตลอดนี่นา
แต่ในความเหมือนนั้น ยังงั้ยยังไงก็ต้องมีความแตกต่างอยู่บ้างล่ะ ก็อย่างที่บอก ว่าเขาเป็นคนละคนกัน คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมเรื่องนี้ และต้องใช้ความช่างสังเกตหาความแตกต่าง ความเป็นตัวของตัวเองของเด็กแต่ละคนให้เจอ
ค้นหาความต่างให้พบ
คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองจะสามารถพบความแตกต่างของลูกแต่ละคนได้ไม่ยาก อย่างน้องกัน น้องกายนี่ คุณแม่บอกวิธีสังเกตความต่างกับเราว่า น้องกันจะตัวเล็กกว่านิดนึง ส่วนเรื่องนิสัยนั้นน้องกายจะทะเล้น ขี้เล่นกว่าขณะที่น้องกันแฝดพี่ออกจะนิ่งๆ  ซึ่งช่วงเวลาที่เราบันทึกภาพกันก็พบว่าจริงอย่างที่คุณแม่ว่า และเริ่มจะแยกออกว่าใครเป็นใคร (แต่ถ้าเผลอเรียกชื่อผิดล่ะก็&#8230;เสียงประท้วงดังพร้อมกันเชียวล่ะ)
แต่เมื่อคุณแม่พบความต่างแล้ว ต้องไม่เผลอเอาความต่าง หรือความสามารถบางอย่างของลูกที่ไม่เหมือนนั้นมาเปรียบเทียบกัน คำพูดอย่าง คนนี้เก่งจังแต่งตัวเองได้แล้ว คนนั้นต้องยังให้แม่ช่วยอยู่เลย คนนี้ฉี่รดที่นอนอีกแล้วสู้อีกคนก็ไม่ได้  เรื่องนี้ห้ามเด็ดขาดค่ะ เพราะโดยลึกๆ แล้วเด็กแฝดจะมีความรู้สึกแข่งขันกันอยู่ในตัว
อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะการแข่งขันของคู่แฝดนั้นมักจะแสดงออกมาในรูปแบบของการเลียนแบบกัน เราจึงสามารถดึงเอาจุดนี้ มาเป็นแรงจูงใจให้ทั้งคู่พัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ แต่คุณแม่ต้องไม่ใช้คำพูดในลักษณะเปรียบเทียบความไม่สามารถ ของลูกอย่างที่เราบอกไป
สมมุติกรณีเรื่องการแต่งตัว แทนที่จะบอกว่า พี่ไม่เก่งเลยสู้น้องก็ไม่ได้ ลองมาเปลี่ยนเป็น ไหนพี่ดูซิน้องทำยังไงน้า ใส่เสื้อแบบไหนกันลองทำบ้างซิ  คนพี่ก็จะพยายามทำให้ได้บ้าง
แยกกันบ้างก็ดี
นอกจากนี้คุณแม่ควรมีเวลาอยู่กับลูกแต่ละคนตามลำพังบ้าง ไม่จำเป็นต้องให้คู่แฝดอยู่ด้วยกันตลอดเวลา การแบ่งเวลาและสลับสับเปลี่ยนกันอยู่กับลูกทีละคน จะทำให้เขารู้สึกว่าได้รับความสนใจเท่าๆ กัน และรู้สึกถึงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
การซื้อขนมหรือของเล่นให้ลูกแฝดนั้น ไม่จำเป็นต้องซื้อของที่เหมือนกันหรือพาไปซื้อพร้อมกันหรอกค่ะ การพาลูกไปเลือกขนมหรือของเล่นทีละคน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chanakith.wordpress.com&blog=789327&post=457&subd=chanakith&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9459bb338d728c033dacea39c2d86473?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">nana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Step for Baby : อุ๊น&#8230;อุ่น ท้าลมหนาว</title>
		<link>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/01/step-for-baby-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/01/step-for-baby-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2009 06:38:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chanakith</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chanakith.wordpress.com/?p=455</guid>
		<description><![CDATA[นานๆ บ้านเราจะหนาวสักที แค่อากาศเย็นลงนิดแม่ๆ อย่างเราก็แสนดีใจ ก็ร้อนมาเกือบทั้งปีนี่นา ว่าแต่เจ้าตัวเล็กจะโปรดปรานหน้าหนาวอย่างผู้ใหญ่หรือเปล่านะ
ถ้าคุณแม่ช่างสังเกตสักนิด จะเห็นว่า ช่วงที่อากาศอบอุ่นพวกเด็กๆ จะร่าเริงและเคลื่อนไหวได้มากกว่าตอนที่อากาศเย็น นั่นเป็นเพราะร่างกายของเขาไม่ได้มีพลังงานเก็บไว้มากพอที่จะรับลมหนาวน่ะสิคะ เขาเลยต้องใช้พลังงานส่วนหนึ่งไปเพื่อทำร่างกายให้อบอุ่น ทำให้ไม่มีแรงพอที่จะเคลื่อนไหว แต่ถ้าอากาศอบอุ่นแล้วล่ะ พวกเขาจะสามารถนำพลังงานที่มีในร่างกายไปใช้ในการเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้น มาทำตัวลูกน้อยให้อบอุ่น ท้าลมหนาวกันดีกว่าคะ
หนูหนาวกว่าแม่นะ
โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะมีกลไกผลิตพลังงานเพื่อให้เกิดความอบอุ่น ด้วยการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไป ให้กลายเป็นพลังงานความร้อน ทารกแรกเกิดก็เช่นกันค่ะ ร่างกายน้อยๆ ของเขาจะมีกลไกผลิตพลังงานให้ความอบอุ่นจากนมและน้ำ แต่เขาไม่สามารถเก็บรักษาพลังงานความร้อนนี้ไว้ได้นานนัก ร่างกายของเขาจึงควรได้รับความอบอุ่นตลอดเวลา
ถึงอากาศบ้านเราจะไม่หนาวมากนัก ช่วงที่อากาศแค่เย็นๆ สำหรับคุณแม่ แต่กับคุณลูกนั้นเขาอาจรู้สึกหนาวแล้วก็ได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าตอนไหนที่หนาวสำหรับลูก ลองวัดอุณหภูมิอากาศดูค่ะ หากต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียส เมื่อไหร่ก็ถือว่าได้เวลาสวมเสื้อผ้าให้ลูกอย่างมิดชิด เพื่อให้ร่างกายเขาอบอุ่นแล้วล่ะค่ะ ซึ่งเจ้าเสื้อผ้านี่นอกจากจะป้องกันไม่ให้เขาเจ็บป่วยเพราะความหนาวแล้วยังช่วยให้เขามีพลังงานเหลือพอที่จะใช้ในการขยับเนื้อขยับตัวเล่นได้อย่างร่าเริง
สังเกตกันหน่อย
เด็กเล็กๆ ไม่สามารถบอกคุณได้ว่าเขากำลังหนาว คุณแม่จึงต้องช่างสังเกตหน่อยค่ะ นอกจากการวัดอุณหภูมิรอบตัวอย่างที่บอกแล้ว ต้องดูว่าลูกมีอาการที่บ่งบอกว่าหนาว อย่างหายใจเร็วกว่าปกติ ร้องกวน มือเท้าเย็นลงหรือเปล่า หากพบอาการเหล่านี้ ไม่ต้องคกใจค่ะ เพียงแค่พาเจ้าตัวเล็กไปอยู่ในที่ที่อุ่นกว่า หรือสวมเสื้อผ้าเพิ่มอีกสักชั้นสองชั้น เขาจะกลับมาร่าเริงได้ตามปกติแล้วล่ะค่ะ
แต่ถ้าเขาหนาวจนทั้งมือ-เท้าสั่น หน้าอก-ท้องเย็น และร้องไม่ยอมหยุด ต้องรีบพาทารกเข้าไปในห้องที่อุ่นกว่า สวมเสื้อผ้า ห่มผ้าให้เขา และให้เขาได้ดูดนมอุ่นๆ หรือน้ำอุ่นแล้วล่ะค่ะ เมื่อเขาสบายตัวขึ้นก็จะหยุดร้องเพราะการร้องของเขาเป็นกระบวนการหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
อีกกรณีหนึ่งที่แม้ไม่เกิดขึ้นบ่อยในเมืองร้อนอย่างบ้านเรา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chanakith.wordpress.com&blog=789327&post=455&subd=chanakith&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://chanakith.wordpress.com/2009/12/01/step-for-baby-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9459bb338d728c033dacea39c2d86473?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">nana</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>