อะไรก็ได้

หลายปีมานี้เพื่อนคนหนึ่งโทร.มาหาฉันบ่อยมาก
เพื่อนที่รู้จักกันมาเกินครึ่งชีวิต…

เธอมักเริ่มต้นบทสนทนาว่า “เบื่อน่ะ…เพิ่งออกจากงาน”
จากนั้นเธอก็พร่ำบ่นถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในที่ทำงาน ที่ไม่ได้ดังใจเธอ
และลงท้ายว่า “ถ้ามีงานอะไร ที่ไหน บอกด้วยนะ…งานอะไรก็ได้”

คำว่า ‘งานอะไรก็ได้’ ของเธอทำให้ฉันคิด….อะไรก็ได้จริงหรือที่เธอต้องการ
เพราะคำว่า ‘งานอะไรก็ได้’ นั้นห่างไกลจากตัวฉันเหลือเกิน
ถ้าจะต้องหางานใหม่ตอนนี้ ฉันนึกไม่ออกจริงๆ
ว่าจะไปทำอะไรอื่นนอกจากสายงานที่ทำอยู่
ไม่ใช่เพราะเรื่องมาก หรือเลือกมาก
แต่เพราะคุณสมบัติของฉันมีแค่ ‘อ่านออก-เขียนได้’
ใช้เวลาเรียนหนังสือมาตั้งนาน…คุณสมบัติของฉันมีแค่นี้
จะให้เดินไปสมัครงานธุรการ บัญชี คงไม่ได้
จริง ๆ แล้วช่วงหนึ่งของชีวิตการงาน ฉันเคยเป็นเลขานะ แต่ก็แค่ 4 เดือน
แล้วฉันก็กลับเข้าสู่สายงานเดิมจนได้
เพราะฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นมัน ‘ไม่ใช่’

ตอนเรียนจบใหม่ ๆ ฉันซื้อหนังสือสมัครงานมาทิ้งเป็นตั้ง ๆ
ไม่รู้จะสมัครอะไรจริง ๆ
ใช่, ตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักตัวเอง นึกไม่ออกว่าอยากทำ อยากเป็นอะไร
จนกระทั่งเพื่อนสนิทบอกฉันว่า
“…ชอบหนังสือ ก็ทำงานหนังสือสิ”
นั่นแหละ ถึงนึกได้ออกว่า ครั้งหนึ่งสมัยเป็นเด็ก
ฉันเคยฝันอยากจะมีชื่อลงในหน้าทีมงานหนังสือสักเล่ม
แล้วฉันลืมความฝันของตัวเองไปตอนไหนกันนะ
ฉันยังนึกขอบคุณเธออยู่เสมอ ที่ช่วยบอกทางให้
บางครั้งคนเราก็มองไม่เห็นตัวเองหรอก

…อยากเป็นกระจกให้ใครสักคนบ้างจัง
เสียดายที่ฉันทำไม่สำเร็จ
หลายปีแล้วที่ฉันพยายามถามถึงเรื่องความชอบ ไม่ชอบ
ถามเรื่องงานที่เพื่อนคนนี้เคยทำ ถามเรื่องในวัยเด็ก
ฉันอยากช่วยเธอค้นหาความต้องการภายในว่าแท้จริงเธออยากทำอะไร

น่าตกใจที่เพื่อนคนนี้ไม่มีความฝัน
ครั้งยังเด็ก เธอไม่เคยคิดว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
มีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เรียนให้เก่ง สอบให้ติดสายวิทย์
เอ็นท์ให้ติดคณะยอดนิยม ในมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ
เรียนวิทย์ ด้วยเหตุผลว่า คนเรียนเก่งต้องเรียนสายนี้
เรียนบริหาร เพื่อที่จะหางานได้ง่าย ๆ เงินเดือนสูง ๆ
แน่นอน เรื่องเรียนเธอทำได้
แต่พอเรียนจบ เมื่อชีวิตไม่มีกรอบของคำว่าหลักสูตรมากำหนดว่าต้องเดินไปทางใด
เธอสับสน เคว้งคว้าง

เธอเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น แต่ยังไม่พบสิ่งที่ชอบ เธอถือคติว่า
‘อะไรก็ได้ ทำ ๆ ไปก่อน ไม่ชอบก็ออกมา’
นั่นทำให้เธอได้ทำงานที่หลากหลาย แต่เป็นความหลากหลายที่ฉาบฉวย

‘งานอะไรก็ได้’ ดูเหมือนเธอจะไม่เรื่องมาก-เลือกมาก
แล้วอะไรคือปัญหาของเธอ

“…ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ
และไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะรู้ว่าตนเองอยากทำอะไร
…บางครั้งเราเลือกไม่ได้ คนเราต้องกินต้องใช้
ชอบ-ไม่ชอบ กับ ทำได้-ทำไม่ได้ มันคนละอย่างกัน
ถ้าไม่ชอบ แต่ทำได้ หรือพอทำได้ หรือแค่พอทนได้ ก็ต้องทำ
แล้วไปหาความสุขจากสิ่งที่ชอบอีกที
งานเป็นปัจจัยหาเลี้ยงชีวิต แต่ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต….”

นั่นคือคำตอบของฉันเมื่อเธอถามว่า
ทำไมเธอต้อง ‘ทน’ ทั้งเรื่องคน เรื่องงาน เธอไม่ชอบ เธอก็จะไม่ทน
เธอไม่เข้าใจว่า คนส่วนใหญ่ ‘ทน’ อะไรกัน
วันนี้เธอยังไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันบอก

ฉันได้ทำงานที่ชอบ ไม่ได้หมายความว่า เส้นทางของฉันราบเรียบไร้ปัญหา
ฉันทำงานอยู่ที่เดิมได้นาน ไม่ได้แปลว่า ที่นั่นไม่มีสิ่งที่ฉันต้องทน

เธออาจจะโชคดีกว่าฉันตรงที่ไม่อยากทนก็ไม่ต้องทน
เดินออกจากที่ทำงานแล้วไม่กลับเข้าไปอีกเลยเธอก็ทำมาแล้ว
นั่นเป็นสิ่งที่ฉันทำไม่ได้ อย่างที่บอก คนเราต้องกินต้องใช้
แม้ไม่ได้ฟุ่มเฟือย แต่เพียงแค่ ‘ปัจจัย 4’ เราก็ต้องใช้ ‘ปัจจัยเงิน’ ซื้อหา

แต่หลาย ๆ ครั้ง ฉันก็คิดว่าฉันโชคดีเหลือเกิน ที่ไม่ได้เติบโตมาอย่างพรั่งพร้อม
อยากได้อะไรมักจะไม่ได้ นั่นทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะอดทน รู้จักการรอคอย
และรู้ว่า การใช้ชีวิตมีตัวแปรที่เราไม่อาจควบคุมได้อยู่มากมาย

ดูเหมือน ‘อะไรก็ได้’ ของเธอจะหมายถึง อะไรก็ได้ที่เธอไม่ต้องใช้ความพยายาม
ไม่ต้องใช้ความอดทน ไม่ต้องปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับมัน
ซึ่งเป็นไปได้ยากในโลกภายนอก ที่แตกต่างจากครอบครัวที่ฟูมฟักเธอมาอย่างสิ้นเชิง

วันนี้เธอยังไม่เข้าใจ
แต่ฉันก็หวัง…สักวันเธอคงรู้ว่า ‘ชีวิตไม่ใช่อะไรก็ได้’
และขอให้ให้วันนั้นมาถึงเร็ว ๆ

15 มกราคม 2550

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: