พระราชาผู้เดียวดายกับนกแก้วสอพลอ

ณ เมืองแสนสุข มีพระราชาองค์หนึ่งปกครองเมืองด้วยความสงบเรียบร้อยมาโดยตลอด
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีพ่อค้าจากต่างเมืองนำนกแก้วมาถวายพระราชา ด้วยความที่มันช่างพูดทำให้พระองค์หลงรักมันเป็นอันมาก
 
นับแต่นั้นมา ไม่ว่าเจ้านกแก้วจะพูดอะไรพระราชาก็จะทรงคล้อยตามอยู่เสมอ เจ้านกตัวนี้ไม่ได้ถูกขังอยู่ในกรงอย่างนกตัวอื่นๆ ที่พระราชาทรงเลี้ยงไว้ ดังนั้นมันจึงมีโอกาสบินไปยังที่ต่างๆ ได้ตามใจปรารถนา
 
เจ้านกแก้วชอบบินไปที่ห้องครัวเพื่อขโมยอาหาร มันจึงถูกพ่อครัวไล่ออกมาอยู่เสมอ เมื่อพ่อครัวเผลอ มันจึงแอบคาบเศษไม้มาใส่สงในสำรับอาหารของพระราชา แล้วรีบบินไปทูลฟ้องพระราชาว่าพ่อครัวทำอาหารไม่สะอาดให้พระองค์ พระราชาโกรธมาก สั่งให้ทหารจับพ่อครัวไปขังคุก
 
วันต่อๆ มา เจ้านกแก้วก็หาเรื่องใส่ร้ายคนที่มันไม่ชอบอยู่เสมอ
“โอท่านราชา รู้มั้ยวันนี้ข้าไปเห็นอะไรมา…ที่ใกล้ๆ ปราสาทนี่เอง ข้าเห็นรถม้าคันหนึ่งพลิกคว่ำอยู่ นี่ต้องเป็นเพราะท่านรัฐมนตรีคมนาคมแน่เลย ที่ปล่อยปละละเลยจนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น…ถ้าข้าเป็นคนนะ…ข้าจะทำงานอย่างเต็มที่ไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก”
พระราชาได้ฟังก็โกรธท่านรัฐมนตรีมาก ถึงกับสั่งเนรเทศท่านรัฐมนตรีไปอยู่ ณ เกาะร้าง ซึ่งเป็นเกาะที่มีสัตว์ป่าดุร้ายอาศัยอยู่มากมาย

ทุกๆ วัน เจ้านกแก้วจะพูดจาอวดอ้างความสามรถของตนให้พระราชาฟังอยู่เสมอ
“…นี่ถ้าข้าเป็นคนนะ ข้าจะช่วยท่านปกครองประเทศให้มีความยิ่งใหญ่มั่นคง…”
“…นี่ถ้าข้าเป็นคนนะ ข้าจะทำให้ประชาชนทุกคนมีความสุข…”
“…นี่ถ้าข้าเป็นคนนะ ข้าจะทำให้ชาวเมืองร่ำรวย…”
“…นี่ถ้าข้าเป็นคนนะ ข้าจะหาทุกอย่างที่ท่านต้องการมาให้ได้…”
ฯลฯ

พระราชาได้ฟังคำพูดเหล่านี้ทุกวัน ทำให้พระองค์คล้อยตามเป็นอันมาก พระองค์จึงมองว่าคนรอบๆ ตัวของท่านไร้ความสามารถ ไม่มีใครเก่งเท่าเจ้านกตัวนี้

ทุกครั้งที่เจ้านกแก้วอวดอ้างสรรพคุณของตน พระราชาจึงทรงหงุดหงิด และหาเรื่องไล่ข้าราชการ, ประชาชน ที่พระองค์เห็นว่าไม่เก่งเท่าเจ้านกแก้วไปอยู่ ณ เกาะร้าง จนกระทั่งเมืองแสนสุขกลายเป็นเมืองที่เงียบเหงา เหลือเพียงพระองค์ เจ้านกแก้ว และครอบครัวมหาดเล็กคนสนิทของพระองค์เท่านั้น

เมื่อไม่มีใครเหลืออยู่ในเมืองเลย นอกจากครอบครัวมหาดเล็ก แน่นอนว่าเขาไม่สามารถที่จะหาทุกสิ่งมาให้พระราชาได้ตามที่พระองค์ปรารถนา
…เขาไม่สามารถหาอาหารเลิศรสมาให้พระราชาได้ทุกมื้อ
…ไม่สามารถหาดนตรีมาขับกล่อมพระองค์ได้
…ไม่สามารถหาสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ มาได้เลย
พระราชานึกตำหนิมหาดเล็กของพระองค์ ที่ไม่สามารถทำให้พระองค์มีความสุขสบายอย่างที่เคยเป็น

เจ้านกแก้วได้ทีทูลพระองค์ว่า
“เจ้ามหาดเล็กผู้นี้บกพร่องต่อหน้าที่ สมควรได้รับโทษ นี่ถ้าข้าเป็นคนนะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างน่าอนาถเช่นนี้หรอก”
“ถูกแล้วท่าราชา ทั้งหมดนี้เป้นความผิดของข้าเอง ขอให้ท่านเนรเทศข้าและครอบครัวไปอยู่ที่เกาะร้างเถิด” มหาดเล็กทูล

พระราชาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดมหาดเล็กผู้นี้จึงขอให้พระองค์เนรเทศเขาไปที่เกาะร้าง พระองค์จึงถามมหาดเล็กว่า
“ข้าไม่เข้าใจเลย เหตุใดท่านจึงต้องการไปอยู่ที่เกาะร้าง…แล้วยังพวกประชาชนในเมืองอีก ทำไมจึงมีชาวเมืองจำนวนมากอพยพไปอยู่ที่เกาะร้างนั่น ทั้งๆ ที่ข้ามิได้ไล่พวกเขาไปเลย เหตุใดพวกท่านจึงยินดีไปอยู่ ณ เกาะแห่งนั้น ทั้งๆ ที่บนเกาะเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย…ทั้ง สิงโต เสือ จระเข้ งู…”

มหาดเล็กให้คำตอบแก่พระราชาว่า
“นั่นเป็นเพราะพวกเราชาวเมือง ไม่อาจทนความไม่แน่นอนของพระองค์ได้ จริงอยู่ ณ เกาะแห่งนั้น จะมีสัตว์ร้ายมากมาย แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ หากมีเสือร้ายอาละวาดอยู่ที่ใด เรายังอาจสังเกตได้จากรอยเท้าของมัน ว่ามันอยู่บริเวณใด แล้วหาวิธีหลบเลี่ยงได้
“แต่การอยู่ใกล้ชิดกันท่าน เราไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าวันใดจะถูกนกแก้วสอพลอของท่านใส่ร้าย กล่าวหาว่าบกพร่องต่อหน้าที่ จนถูกจำคุก ถูกเนรเทศ หรือกระทั่งถูกประหาร ชาวเมืองทั้งหลายจึงตัดสินใจอพยพไปก่อนที่จะถูกท่านลงโทษ
“ทุกวันนี้ประชาชนในเมืองต่างอพยพไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงข้ากับครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าข้าไม่สามารถที่จะทำหน้าที่รับใช้ท่านได้อย่างเต็มที่ ขอให้ท่านลงโทษ เนรเทศข้าและครอบครัวไปอยู่ ณ เกาะร้านั้นเถิด ”

ขณะที่พระราชากำลังลังเลว่าจะทำอย่างไรกับมหาดเล็กผู้นี้ เจ้านกแก้วก็รีบทูลยุแหย่
“ท่านราชาผู้ยิ่งใหญ่ อย่าให้เจ้ามหาดเล็กผู้นี้มาท้าทายอำนาจของท่านได้เลย ในเมื่อเขาบกพร่องต่อหน้าที่ ไม่สามารถดูแลพระองค์ให้สุขสบายได้ ท่านควรไล่เขาออกไป”

แล้วก็เหมือนทุกครั้งที่พระองค์เชื่อคำเจ้านกแก้ว
พระราชาจึงไล่มหาดเล็กผู้นั้นไปอยู่ที่เกาะร้าง

………………………….

ทุกวันนี้เกาะร้างมิได้ร้างอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีความสงบสุข เพราประชาชนร่วมกันสร้างเมืองขึ้นด้วยความสามัคคี
และที่สำคัญ พวกเขาได้เห็นโทษของการเป็นคนหูเบาเชื่อคนง่าย และเห็นภัยจากคนคุยโวโอ้อวด ว่าไม่เพียงเป็นผลร้ายต่อตนเองแล้วยังเป็นอันตรายต่อผู้คนรอบข้างด้วย
ดังนั้น ชาวเมืองจึงตกลงกันว่า จะไม่เป็นคนเชื่ออะไรง่ายๆ และจะพูดแต่ความจริงเท่านั้น
 
ฝ่ายพระราชานั้นเล่า กลับทรงต้องอาศัยอยู่ในปราสาทอย่างเดียวดาย อยู่กับคำพูดของเจ้านกสอพลอที่ยังคงอวดอ้างสรรพคุณของตนอย่างไม่รู้จบ

ทั้งๆ ที่ตัวมันไม่เคยทำอะไรได้อย่างที่พูดเลย

……………………………
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารแม่และเด็ก
ฉบับ 341 กรกฎาคม 2543

2 ตอบกลับที่ พระราชาผู้เดียวดายกับนกแก้วสอพลอ

  1. สายน้ำพระจันทร์ พูดว่า:

    บางคนเปิดหู มากกว่า เปิดตา เปิดสมอง
    บางทีน้ำลายเลยถูกใช้งาน มากกว่าความสามารถ ..เนอะ

  2. SaRa พูดว่า:

    นี่ก็ชอบนะ คนใช้ปากทำงานแล้วได้ดี มันน่า……..นัก คนชอบคนเชื่อคนเลียยิ่งน่า…….ใหญ่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: