การแข่งขันของสามสหาย

ในยุคที่สัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่ร่วมกัน ในดินแดนที่ห่างไกลจากมนุษย์ มีสัตว์สามชนิดเป็นเพื่อนรักกันมาก ได้แก่ สุนัข  แมว และกระต่าย ทั้งสามอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านหลังเล็กทว่าอบอุ่น

จวบจนฤดูร้อนมาถึง
“ร้อน…อากาศร้อนเหลือเกิน…วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย คงออกไปหาอาหารกับพวกเธอไม่ได้หรอกนะ” ร็อบ กระต่ายป่าเอ่ยขึ้น พร้อมทำหน้านิ่ว
“อ้าว? ไม่สบายหรอกหรือ เมื่อวานก็ยังวิ่งเล่นอยู่ดีๆ นี่นา” คิท แมวสาวสงสัย
“โธ่เอ๋ย เธอก็รู้นี่ว่าฉันแพ้อากาศร้อน พอร้อนมากๆ ทีไร ก็จะปวดหัว อ่อนเพลีย”
“ไม่จริงมั้ง” คิทยังคงไม่เชื่อ
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะทะเลาะกัน บ็อกซ์ สุนัขตัวใหญ่ก็เข้ามาไกล่เกลี่ย
“เอาน่าคิท วันนี้ร็อบคงไม่สบายจริงๆ เราไปกันสองคนเถอะ…ร็อบนายอยู่บ้านพักผ่อนก็แล้วกัน”
“ขอบใจนะบ็อกซ์”

ทันทีที่คิทและบ็อกซ์ก้าวพ้นประตูไป ร็อบก็ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง พลางนึกในใจว่า “ขอโทษทีเถิดเพื่อนทั้งสอง แต่ฉันไม่ถูกกับอากาศร้อนนักหรอก ขอฉันพักผ่อนอยู่บ้านสักวันสองวันนะ”

ตลอดฤดูร้อนนั้น ร็อบมักหาข้ออ้างที่จะไม่ออกไปหาอาหารอยู่เป็นประจำ แม้คิทและบ็อกซ์จะนึกสงสัยแต่ก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าอะไรเพื่อนหูยาวตัวนี้เลย

และแล้วฤดูฝนก็มาเยือน…
คิทตื่นแต่เช้า มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สบายใจนัก คิทก็เหมือนกับแมวทั่วๆ ไป ที่ไม่ชอบหน้าฝนนัก เมื่อสายฝนซาลง ร็อบและบ็อกซ์ก็มาร้องเรียกหน้าห้อง
“คิท ตื่นหรือยัง เตรียมตัวให้พร้อมนะ เดี๋ยวฝนหยุดเราจะออกไปหาอาหารกัน ฝนตกขนาดนี้ต้นไม้คงออกผลมากมาย ถ้าไม่รีบออกไปพวกสัตว์อื่นๆ จะไปจองผลไม้ลูกโตๆ กันหมดนะ”
“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” คิทร้องตอบ

หลายวันผ่านไป คิทยังคงออกไปหาอาหารกับเพื่อนๆ ทุกวัน จนกระทั่งมันล้มป่วยลงนอนซมอยู่บนเตียงโดยมีบ็อกซ์เฝ้าดูแลด้วยความเป็นห่วง
“บ็อกซ์ นายไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลคิทต่อเอง” ร็อบเข้ามาผลัดเวรเฝ้าไข้คิท
เมื่อบ็อกซ์เข้านอน ร็อบก็พูดขึ้นว่า
“ฉลาดนี่คิท เธอไม่ชอบหน้าฝนใช่มั้ย เลยหาทางเลี่ยงด้วยการไม่สบาย”
“ฉันไม่สบายจริงๆ นะ”
“ไม่ต้องโกหกหรอก ฉันจะไปว่าเธอได้อย่างไร ก็เมื่อตอนฤดูร้อน ฉันก็ใช้วิธีเดียวกับเธอนี่แหละ”
“ฉันไม่สบายจริงๆ นะร็อบ”
“จุ๊ๆ ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่บอกบ็อกซ์หรอกว่าเธอแกล้งป่วย ราตรีสวัสดิ์นะ”

คืนนั้นคิทนอนไม่หลับด้วยความไม่สบายใจที่เพื่อนเข้าใจผิด เช้าวันรุ่งขึ้นมันจึงฝืนลุกออกไปพร้อมกับเพื่อนๆ ทำให้อาการไข้ของมันหนักขึ้น
คิทนอนซมอยู่เกือบสัปดาห์ จึงมีแรงลุกไปช่วยเพื่อนๆ ทำงาน แต่พอโดนฝนทีไร มันก็ไม่สบายทุกที

ครั้นพอฤดูหนาว…
ตอนนี้คิทแข็งแรงขึ้นมากแล้ว แม้มันจะไม่ชอบอากาศหนาวเท่าใดนัก แต่เมื่อเทียบกับฝนแล้ว คิทขอเลือกหนาวดีกว่า
ฤดูหนาวปีนี้หนาวกว่าทุกปี ร็อบจอมเจ้าเล่ห์แทบไม่อยากขยับตัวไปไหน
“นี่บ็อกซ์, คิท ที่จริงเราก็ตุนเสบียงอาหารไว้มากแล้ว ช่วงนี้อากาศเย็นลงมาก เรางดออกหาอาหารกันสักระยะเถอะนะ”
“ดีเหมือนกัน เราเหนื่อยกันมาทั้งปีแล้ว ถือโอกาสพักผ่อนบ้างก็ดี”

ทั้งสามสหายจึงเอาแต่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม และเอาเสบียงที่เก็บตุนไว้ออกมากินกัน จนกระทั่งอาหารที่มีร่อยหรอลง
“ฤดูหนาวปีนี้ยาวนานกว่าทุกปี หากพวกเรามัวนอนกันอย่างนี้ไม่ช้าคงอดตายแน่ ฉันว่าได้เวลาที่พวกเราจะต้องออกหาอาหารมาเพิ่มแล้วล่ะ” บ็อกซ์กล่าวด้วยความวิตก
“พวกเราหรือ? นายควรบอกว่า ‘คิท’ มากกว่า” ร็อบเอ่ย
“ทำไมต้องเป็นคิทด้วยล่ะ” สุนัขหนุ่มสงสัย
“นายไม่รู้หรอกหรือว่ายัยคิทน่ะแกล้งป่วยอยู่ตลอดฤดูฝน พวกเราออกหาอาหารกันแทบแย่ แต่คิทน่ะเอาแต่นอนอยู่บนเตียง สบายเชียว”
“ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย แมวอย่างฉันไม่ถูกกับฝนใครๆ ก็รู้” คิทเถียง
“ลูกไม้ตื้นๆ ของเธอน่ะ หลอกบ็อกซ์ได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอก”
“ฉันไม่ได้หลอกใคร เธอต่างหากหลอกพวกเรา ฉันไม่ได้แกล้งป่วยเธอนั่นแหละที่แกล้งไม่สบายอยู่ตลอดฤดูร้อน พอฉันไม่สบายจริงๆ บ้าง เธอกลับคิดว่าฉันแกล้ง นี่คงคิดว่าใครต่อใครจะมีนิสัยเจ้าเล่ห์เห็นแก่ตัวอย่างเธอหรือ”
“พวกเธอหลอกฉัน พวกเธอแกล้งทำไม่สบาย เพื่อที่จะไม่ต้องออกไปหาอาหาร เดี๋ยวร็อบปวดหัว ตัวร้อน เดี๋ยวคิทเป็นหวัดมีแต่ฉันที่ต้องออกไปหาอาหาร ไม่ว่าจะร้อนจัด หรือฝนตก ดีล่ะหน้าหนาวนี้ฉันจะไม่ออกไปหาอาหารบ้าง” บ็อกซ์พูดด้วยความโกรธ

ฤดูหนาวปีนี้ยาวนานอย่างที่บ็อกซ์คาดไว้จริงๆ ทำให้อาหารที่มีอยู่ไม่เพียงพอ และแล้วอาหารมื้อสุดท้ายก็หมดลง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ทั้งสามจะช่วยกันออกหาอาหารอย่างแข็งขัน แต่คอนนี้กลับไม่มีใครทำเช่นนั้น
บ็อกซ์ยืนยันว่าจะไม่ไปไหนเพราะตนถูกเพื่อนทั้งสองเอาเปรียบ
ร็อบกับคิทก็เอาแต่ทะเลาะกัน
“เอาอย่างนี้ดีกว่า ขืนมัวแต่เกี่ยงกันพวกเราอดตายแน่ เรามาวิ่งแข่งกันมั้ย ใครแพ้คนนั้นต้องออกไปหาอาหาร” คิทเสนอ

ทั้งสามเป็นสัตว์ที่มีความเร็วพอๆ กัน วิธีนี้จึงยุติธรรมที่สุด พวกเขาวิ่งแข่งกันทุกวัน บางวันบ็อกซ์แพ้ก็ต้องออกหาอาหาร บางวันก็เป็นคิทหรือไม่ก็ร็อบ
แม้อาการที่ได้มาแต่ละวันจะไม่มากเท่าแต่ก่อน แต่ทั้งสามก็ยังพอมีของกินประทังชีวิต

วันนี้เป็นหน้าที่ของร็อบ มันต้องออกหาอาหารทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ มันเดินมาเกือบครึ่งวันก็ยังหาไม่ได้แม้แต่ผลไม้สักลูก มันเริ่มเหนื่อยล้า ครั้นจะกลับบ้านมือเปล่าก็กลัวเพื่อนทั้งสองจะตำหนิ มันจึงคิดจะไปขโมยอาหารจากคนในหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตป่าออกไป
“จริงสิ ถ้าตรงไปตามทางนี้ก็จะถึงหมู่บ้าน ผู้คนคงเก็บเสบียงเอาไว้มากมาย เราไปหยิบมาสักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง”
ร็อบนำอาหารกลับไปที่บ้านอย่างภาคภูมิใจ มันโอ้อวดตนเองว่าเก่งกว่าใครที่หาของมาได้มาหมาย

การวิ่งแข่งวันรุ่งขึ้น ร็อบเป็นฝ่ายแพ้อีก มันจึงต้องออกไปทำหน้าที่ดังเช่นเมื่อวาน แต่วันนี้มันมุ่งตรงไปที่บ้านหลังเดิมที่มันเข้าไปขโมยอาหารมา โดยหวังว่าจะได้อาหารมาง่ายๆ อีก

แต่แล้วมันก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเจ้าของบ้านที่เป็นชายร่างใหญ่ดักรอที่จะจับมันอยู่
“เจ้านี่เองหรือที่มาขโมยของในบ้านข้า นี่คงจะมาหาของกินอีกล่ะสิ เสียใจด้วยนะที่แกโดนจับซะแล้ว แกไม่มีทางที่จะขโมยของใครได้อีกแล้วล่ะ เพราะฉันจะจับแกกินเป็นอาหารค่ำคืนนี้…ไม่ได้กินเนื้อกระต่ายมาตั้งนาน ไม่คิดเลยว่าอยู่ดีๆ จะมีกระต่ายวิ่งมาให้กินถึงที่”
แล้วชายเจ้าของบ้านก็จับร็อบไปขังไว้ในกรงเพื่อรอที่จะนำมันไปฆ่าและปรุงเป็นอาหาร

ทางฝ่ายบ็อกซ์และคิทเมื่อเห็นร็อบหายไปนานผิดปกติก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ทั้งสองออกดมกลิ่นตามรอยร็อบไปเรื่อยๆ
“นี่มันทางเข้าไปในหมู่บ้านของพวกมนุษย์นี่ เจ้าร็อบมาทำอะไรที่นี่นะ ก็บรรพบุรุษของพวกเราบอกอยู่เสมอว่าอย่าเข้าใกล้มนุษย์…หวังว่าร็อบคงยังไม่ถูกจับไปเชือดแล้วหรอกนะ”
ในที่สุดบ็อกซ์และคิทก็ตามกลิ่นมาจนเจอร็อบซึ่งนั่งคอตกร้องไห้ด้วยความกลัว
“บ็อกซ์..คิท…ช่วยฉันด้วย เจ้าของบ้านเขาจะจับฉันไปทำอาหาร”
เพื่อนทั้งสองของร็อบช่วยกันออกแรงดึงประตูกรง กระทั่งประตูหลุดออก ร็อบจึงเป็นอิสระ

“ขอบใจพวกเธอมากนะ…ฉัน…ฉัน” ร็อบดีใจจนพูดไม่ออก
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย เรารีบกลับบ้านกันก่อนที่เจ้าของบ้านจะรู้ตัวเถอะ” คิทฉุดมือเพื่อนให้รีบออกวิ่ง
เมื่อมาถึงบ้าน ร็อบจึงเอ่ยขึ้นกับเพื่อนทั้งสองด้วยความละอายใจว่า
“บ็อกซ์ ฉันขอโทษนะที่ทำป่วยอยู่เกือบตลอดฤดูร้อน ตอนนั้นนายกับคิทคงลำบากน่าดู ฉันไม่ดีเองที่เห็นแก่ตัว เอาแต่สบาย…คิท ฉันเสียใจที่ใส่ร้ายว่าเธอแกล้งเป็นหวัดจนเธอกับบ็อกซ์ทะเลาะกัน ต่อไปฉันจะไม่ทำตัวแย่ๆ อย่างนั้นอีกแล้ว…เอาอย่างนี้แล้วกัน เพื่อเป็นการไถ่โทษ ฉันจะเป้นคนออกไปหาอาหารมาให้พวกเธอเอง…ตั้งแต่พรุ่งนี้เราไม่ต้องวิ่งแข่งกันแล้วล่ะ”
“ไม่ได้นะ” คิทพูดขึ้น

“เธอไม่ยอมยกโทษให้ฉันหรือ ฉัน..ฉัน…” ร็อบทำท่าจะร้องไห้
“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันปล่อยให้นายไปคนเดียวไม่ได้หรอก เดี๋ยวก็ไปถูกเขาจับให้พวกเราต้องตามไปช่วยอีก แล้วอีกอย่างนะตอนที่ออกไปหาอาหารตามลำพังน่ะ ฉันเหงามากเลย ไม่เห็นสนุกเหมือนตอนเราไปด้วยกัน และที่แย่ไปกว่านั้นนะ เวลาที่ใครคนหนึ่งออกไปข้างนอกไม่ว่าจะเป็นเธอหรือบ็อกซ์ ฉันจะรู้สึกไม่สบายใจเลย ฉันกลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น กังวลไปสารพัด”

บ็อกซ์และร็อบยอมรับว่าพวกตนก็รู้สึกเช่นเดียวกับคิท ทั้งสามจึงตกลงกันว่าตั้งแต่นี้ไปจะเป็นเพื่อนที่รักและทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันด้วยความซื่อสัตย์จริงใจ
เมื่อความสามัคคีเกิดขึ้น งานที่น่าเบื่ออย่างการออกหาอาหารก็กลายเป็นกิจวัตรอันแสนสุขของทั้งสามสหายในที่สุด

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารแม่และเด็ก
ฉบับ 374 เมษายน  2546

1 ตอบกลับที่ การแข่งขันของสามสหาย

  1. chanakith พูดว่า:

    ขุดงานเก่าๆ เอามาลงบล็อก เขียนไว้กี่เรื่องจำไม่ได้แฮะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: