เพราะฉันสำคัญที่สุด

กุ๊กกู๋เป็นนาฬิกาเรือนโปรดของทุกคนในบ้าน นอกจากบอกเวลาได้เที่ยงตรงแล้ว กุ๊กกู๋ยังมีเสียงที่ไพเราะกว่านาฬิกาเรือนใดๆ มันภูมิใจในตัวเองมากที่ได้ทำหน้าที่บอกให้ทุกคนรู้ว่า ถึงเวลาตื่นนอนแล้วนะ ได้เวลาที่คุณพ่อต้องไปทำงานแล้ว พี่เม่นต้องไปโรงเรียน น้องมุกต้องนอนกลางวัน คุณแม่ต้องทำกับข้าว

เห็นมั้ย ใครๆ ก็ต้องพึ่งพากุ๊กกู๋ อย่างนี้จะไม่ให้กุ๊กกู๋ภูมิใจได้อย่างไร

แต่เช้าวันหนึ่งกุ๊กกู๋กลับไม่ยอมบอกเวลาตามที่เคย วันนั้นทุกคนนอนหลับสบาย โดยไม่รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องตื่นแล้ว เมื่อคุณแม่ลุกจากที่นอนและมองออกไปข้างนอกจึงรู้ว่าเป็นเวลาสายแล้ว
“พ่อๆ ตื่นเร็ว เม่นด้วย สายแล้วๆ เดี๋ยวไปทำงาน ไปโรงเรียนกันไม่ทัน”
คุณพ่อกับเม่นงัวเงียลืมตาขึ้น
“ยังไม่สายสักหน่อย กุ๊กกู๋ยังไม่ร้องปลุกเลย ผมนอนต่อนะครับ”
“ไม่ได้ๆ สายแล้ว ดูข้างนอกสิสว่างแล้ว เร็วๆ เข้า”
คุณแม่รีบทำกับข้าว คุณพ่อกับเม่นรีบอาบน้ำแต่งตัว น้องมุกร้องไห้จ้าเพราะเลยเวลาที่ต้องดูดนมอุ่นๆ จากขวดแล้ว ทุกคนวุ่นวายจนไม่มีเวลาสงสัยว่า ทำไมกุ๊กกู๋ไม่ปลุกเหมือนทุกครั้ง

เกิดอะไรกับกุ๊กกู๋นะ?
ในตัวกุ๊กกู๋มีส่วนประกอบมากมาย ส่วนไหนที่ไม่สบายจนทำให้กุ๊กกู๋บอกเวลาไม่ตรง ตามไปดูกันดีกว่า

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน
“ฉันต้องทำงานหนักกว่าใครเพราะฉันต้องขยับตัวตลอดเวลา…ไม่ยุติธรรมเลย” เข็มวินาทีน้องเล็กตัวบางเอ่ยขึ้น
“กว่าฉันจะได้ขยับตัวแต่ละครั้งต้องรอเธอเดินครบ 60 ก้าวก่อน ฉันรอจนเบื่อรู้มั้ย” เข็มยาวบอกนาทีพี่กลางบ่น
“ฉันน่ะต้องรอนานกว่าเธออีก…ฉันเดินช้า แต่ฉันน่ะสำคัญที่สุด” เข็มสั้นบอกชั่วโมงคุยโว ทำให้น้องทั้งสองไม่พอใจกล่าวขึ้นพร้อมกันว่า
“ฉันสำคัญที่สุด”
นั่นไงล่ะเข็มทั้งสามบนใบหน้าของกุ๊กกู๋ทะเลาะกันนี่เอง
ทั้งสามทะเลาะกันใหญ่โต
“ถ้าฉันเดินช้านักเธอก็ไม่ต้องรอสิ เดินตามใจไปเลย” เข็มยาวบอกกับเข็มสั้น
“ดีล่ะ ทีนี้ฉันจะไม่อยู่นิ่งๆ รอเธอเป็นชั่วโมงแล้ว” เข็มสั้นตอบ
“แต่ฉันน่ะเหนื่อยมามากแล้ว ถ้าพี่เข็มสั้นอยากเดินเร็วๆ ฉันก็จะทำตามใจฉันบ้าง ฉันจะหยุดพักล่ะ ฉันจะเดินช้าๆ” เมื่อเข็มวินาทีเห็นเข็มสั้นทำตามใจตัวก็ขอทำบ้าง
ทั้งสามตัดสินใจเดินตามใจตัวเองโดยให้เหตุผลเป็นเสียงเดียวกันว่า
“เพราะฉันสำคัญที่สุด”

เมื่อคุณแม่เสร็จจากภารกิจต่างๆ ที่ต้องทำในช่วงเช้า ก็มองไปที่กุ๊กกู๋อีกครั้ง ตอนนี้เข็มสั้นชี้ไปที่เลข 4 เข็มยาวอยู่ที่เลข 6 ส่วนเข็มวินาทีที่ปกติเดินเป็นจังหวะติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ก็กลับเดินเอื่อยๆ บ้าง หยุดพักบ้าง
“เวลาตอนนี้น่าจะ 10 โมงแล้ว ทำไมกุ๊กกู๋บอกเวลาเป็น 4 โมงครึ่งนะ หรือว่าถ่านจะหมด”
คุณแม่เปลี่ยนถ่านและตั้งเวลาใหม่ให้กุ๊กกู๋ แต่กุ๊กกู๋จะบอกเวลาตรงได้อย่างไร ในเมื่อเข็มชี้บอกเวลาทั้งสามเดินตามใจตัวเองอย่างนี้
คืนนั้นคุณพ่อกลับถึงบ้าน และเห็นว่าเม่นยังไม่เข้านอน ทั้งที่นาฬิกาข้อมือคุณพ่อบอก เวลา 3 ทุ่มครึ่ง ซึ่งเลยเวลานอนของเด็กๆ แล้ว
“ดึกแล้วทำไมเม่นยังไม่นอนอีกล่ะ” คุณพ่อนึกสงสัย
“เพิ่งทุ่มกว่าๆ เองฮะพ่อ เม่นยังไม่นอนหรอก” เม่นชี้ให้คุณพ่อดูเวลาบนใบหน้าของกุ๊กกู๋ ซึ่งตอนนี้เข็มสั้นอยู่ที่เลข 7 เข็มยาวเดินฉับๆ อย่างรวดเร็ว ส่วนเข็มวินาทีกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่
“สงสัยกุ๊กกู๋จะเสียแล้วล่ะ เมื่อกลางวันแม่เพิ่งเปลี่ยนถ่านให้ แต่ก็ยังเดินไม่ตรงอยู่ดี” คุณแม่หยิบกุ๊กกู๋ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย
“ถ้ามันเสีย คุณแม่จะเอามันไปทิ้งมั้ยครับ…ผมสงสารกุ๊กกู๋” เม่นทำเสียงละห้อย
“งั้นพรุ่งนี้แม่จะเอามันไปซ่อม…ถ้าซ่อมไม่ได้ก็คงต้องทิ้ง แต่ตอนนี้ได้เวลาเข้านอนของลูกแล้ว”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

รุ่งขึ้นคุณแม่พากุ๊กกู๋ไปหาหมอ ซึ่งก็คือ น้านกฮูกช่างซ่อมนาฬิกานั่นเอง
“ไหนดูซิ…ขอตรวจร่างกายหน่อย” น้านกฮูกจับกุ๊กกู๋พลิกซ้ายพลิกขวา เปิดดูด้านใน ใช้แว่นขยายส่องอย่างละเอียด
“อืมม์…ชิ้นส่วนทุกชิ้นอยู่ในสภาพดี….มันมีอะไรผิดปกตินะ”
ความลับของน้านกฮูกก็คือเขาสามารถพูดคุยกับนาฬิกาได้ ซึ่งเขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ เพราะคนที่รู้เรื่องนี้มักจะมองว่าน้านกฮูกเพี้ยนมากกว่าจะชื่นชมในความสามารถ เขาบอกให้คุณแม่กลับบ้านไปก่อน แล้วจึงถามกุ๊กกู๋ว่า
“เอาล่ะ ไหนลองบอกฉันหน่อยซิว่าทำไมถึงเดินกันไม่เป็นจังหวะแบบนี้”
“ฉันจะเดินตามใจตัวเอง เพราะฉันสำคัญที่สุด” เสียงเล็กๆ สามเสียงตอบขึ้นพร้อมๆ กัน

“พวกเธอคิดอย่างนั้นหรือ?” น้านกฮูกไม่เคยเจอเข็มนาฬิกาที่มีความคิดแบบนี้เลย เข็มนาฬิกาที่เดินไม่ตรงจังหวะมักเป็นเพราะพวกเขาป่วย
“พวกเธอเป็นส่วนประกอบของนาฬิกา นาฬิกาจะมีความสำคัญก็ต่อเมื่อบอกเวลาได้ตรง การที่พวกเธอเดินตามใจตัวเอง ทำให้เวลาที่เธอบอกกับเวลาจริงไม่ตรงกัน แล้วทีนี้พวกเธอจะสำคัญขึ้นมาได้อย่างไร ฟังนะคุณค่าของแต่ละเข็ม อยู่ที่การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ใช่การทำตามใจตัวเองมากที่สุด ทุกเข็มเป็นเข็มที่มีความสำคัญอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร คุณค่าไม่ได้อยู่ที่การเดินเร็วหรือช้า ขนาดตัวสั้นหรือยาว แต่…”
“แต่อยู่ที่การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” น้านกฮูกพูดยังไม่ทันจบ สามเสียงเล็กๆ ก็เอ่ยขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง

นับจากนั้นเข็มทั้งสามก็กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน และไม่เคยบอกเวลาผิดอีกเลย กู๊กกู๋เป็นนาฬิกาเรือนสำคัญ และเข็มนาฬิกาทุกเข็มก็เป็นเข็มที่สำคัญที่สุดจริงๆ
—————————–
30 พฤศจิกายน 2550

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน เด็กหญิงข้าวเปลือก : รวมนิทานยอดเยี่ยม รางวัลนิทานมูลนิธิเด็ก ครั้งที่ 14 พ.ศ. 2550 (พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2551)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: