ชิงช้าหายโกรธ

swing.jpg

“ออกไปนะ ไม่ต้องมาอยู่ในห้องนี้เลย”
“ไม่ไป นี่ก็ห้องของหนูเหมือนกัน”
“เธอน่ะมันตัวยุ่ง…ฉันล่ะเบื่อจริงๆ ที่มีน้องอย่างเธอ”
“หนูก็เบื่อที่มีพี่แบบนี้ พี่สาวคนอื่นน่ะเค้าใจดี รักน้องทั้งนั้นแหละ มีแต่พี่ที่ขี้โมโห หนูเกลียดพี่”
“ชั้นก็เกลียดเธอ ตั้งแต่มีเธอเป็นน้อง ชั้นไม่เคยมีความสุขเลยรู้มั้ย”
“อ๋อ หนูแต่น่ะไม่มีความสุขตั้งแต่เกิดเลยล่ะ เพราะพอหนูเกิดมาก็ต้องมีพี่ใจร้ายแล้ว ถ้าเลือกได้น่ะหนูไม่มาเป็นน้องพี่หรอก”
“เชอะ”

บ่อยครั้งที่อ้อมและอุ้มทะเลาะกันแบบนี้ และทุกครั้งทั้งสองจะปึงปังปั้นปึ่งใส่กันอยู่นาน ไม่ว่าเรื่องที่ทำให้ทะเลาะกันจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม

“แม่ขา…พี่อ้อมไล่อุ้มออกจากห้อง หนูเกลียดพี่อ้อมที่สุด” อุ้มมาอ้อนแม่เหมือนทุกครั้ง
“คราวนี้ไปทำอะไรให้พี่เขาโกรธล่ะหือ?” แม่ถามอย่างรู้ทันเพราะอุ้มชอบเข้าไปวุ่นวายกับพี่ ในขณะที่พี่สาวเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจึงไม่อยากให้น้องยุ่งกับเรื่องของตนมากนัก
“เปล่าสักหน่อย…หนูแค่แอบดูไดอารี่ของพี่แค่นั้นเอง” อุ้มสารภาพเสียงอ่อย
“อุ้มทำไม่ถูกรู้มั้ย ไดอารี่เป็นของส่วนตัว ไม่ว่าจะของใครก็ไม่ควรไปอ่าน บางทีเจ้าของไดอารี่อาจมีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้ก็ได้” แม่ตำหนิอุ้ม
“หนูแค่อยากรู้ แล้วที่พี่อ้อมเขียนก็ไม่เห็นมีเรื่องลับอะไรสักหน่อย”
“แน่ะยังจะเถึยงอีก ถึงจะไม่ใช่เรื่องความลับแต่อุ้มต้องรู้จักเคารพสิทธิของคนอื่น หนูก็มีของส่วนตัว ของเล่นที่ไม่อยากแบ่งให้ใครเล่นใช่มั้ย ถ้าใครมาหยิบของนั้นไป โดยที่หนูไม่อนุญาต แล้วเขาบอกว่าแค่หยิบเฉยๆ หนูก็คงไม่พอใจเหมือนอย่างที่พี่อ้อมโกรธหนูอยู่ตอนนี้นั่นแหละ”
“แต่พี่เขาเขียนถิงแม่ด้วยนะ แม่อยากรู้มั้ยว่าเขาเขียนถึงแม่ว่ายังไง”
“ไม่อยากรู้จ้ะ อย่าเล่าเชียว แล้วก็ไม่ต้องไปเล่าให้ใครฟังด้วย แอบอ่านเรื่องของคนอื่นยังไม่พอ ยังจะเอามาเล่าอีกมันน่าตีนัก คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ไปขอโทษพี่เขาไป๊”
“ค่ะ”
………………………………..
“พี่อ้อมขา…หนูขอโทษ” อุ้มกลับมาขอโทษพี่สาวที่ห้อง
“ไปเลย อย่ามายุ่งกับชั้น” อ้อมยังไม่หายโกรธ
“หนูจะไม่แอบอ่านไดอารี่ของพี่แล้ว ดีกันนะนะ” อุ้มให้สัญญาแต่อ้อมยังโกรธอยู่จึงตอบกลับไปว่า
“ชั้นไม่เชื่อเธอหรอกยัยตัวยุ่ง” ว่าแล้วอ้อมก็เดินออกจากห้องปิดประตูดังโครมใส่อุ้ม
อ้อมเดินกระแทกส้นลงบันไดด้วยความโกรธ เธอหงุดหงิดงุ่นง่านจนแม้แต่เค้กแยมอาหารว่างที่เธอชอบก็ดูไม่น่ากิน

จริงๆ แล้วในไดอารี่นั้นก็ไม่ได้มีความลับอะไร แต่เธอไม่ชอบให้น้องมายุ่ง ยิ่งนึกถึงเรื่องอื่นๆ ที่อุ้มเคยทำให้เธอโกรธ ก็ยิ่งอารมณ์เสียหนักขึ้นไปอีก
“ยังโกรธน้องอยู่อีกหรอ น้องมาขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำแล้วนี่น่า” พ่อที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถามขึ้น
“ไม่ทำเรื่องนี้เดี๋ยวก็ทำเรื่องอื่นอยู่ดีนั่นแหละค่ะ หนูไม่อยากมีน้องแบบนี้”
“คอยดูไปก่อนสิจ๊ะว่าน้องจะทำอีกมั้ย โกรธแล้วให้จบเป็นเรื่องๆ ไปดีกว่านะ มัวแต่คิดย้อนไปเรื่องโน้นคิดล่วงหน้าไปเรื่องนั้น คนที่จะไม่สบายใจก็คือตัวหนูเองนะ ลองนึกถึงตอนที่เล่นสนุกด้วยกันสิ ถ้าไม่มีน้องหนูจะเล่นกับใครได้แบบนี้ ถึงจะมีเพื่อนที่โรงเรียนแต่มันก็ไม่เหมือนกันหรอก” อ้อมเข้าใจที่พ่อพูดแต่ด้วยทิฐิจึงยังไม่ยอมหายโกรธง่ายๆ
“งั้นตามพ่อมานี่มาอ้อม พ่อมีอะไรให้”

อ้อมเดินตามพ่อไปที่สวน ใต้ต้นไม้ใหญ่นั้น พ่อได้ผูกชิงช้าไว้
“มันชื่อชิงช้าหายโกรธจ้ะ ถ้าลูกขึ้นไปนั่งเล่นรับรองว่าความโกรธจะหายวับไปเลยล่ะ”
“พ่อขา หนูโตแล้วนะคะ อย่ามาหลอกเหมือนหนูเป็นเด็กเล็กๆ อย่างอุ้มสิ”
“เอ้า ไม่เชื่อก็ลองดู”
อ้อมขึ้นไปนั่งบนชิงช้า เตะเท้าให้ชิงช้าแกว่ง เธอออกแรงมากขึ้นๆ ชิงช้าแกว่งสูงขึ้นๆ

อ้อมรู้สึกว่ายิ่งแกว่งแรงขึ้นเท่าไหร่ความขุ่นข้องหมองใจก็คลายลงไปเท่านั้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นนะ ตอนนี้เธออารมณ์ดีจนหัวเราะออกมาได้ และนึกอยากชวนอุ้มให้มาเล่นด้วยกัน

“หายโกรธแล้วใช่มั้ย?” พ่อถาม
“ค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่า ชิงช้าจะทำให้หายโกรธได้จริงๆ วิเศษมากเลยค่ะ พ่อทำได้ยังไงคะ?”
“ชิงช้าไม่ได้วิเศษหรอกลูก แต่เป็นเพราะลูกใจเย็นลงแล้วต่างหาก เวลาหนูโกรธ จิตใจขุ่นมัวมองอะไรก็ขวางหูขวางตา ทำอะไรก็ไม่สนุกไปหมด ถ้าหนูทำใจให้สบาย หาอะไรทำเพลินๆ ลองคิดถึงเรื่องอื่นๆ บ้าง หนูก็จะรู้สึกว่าเรื่องที่กำลังโกรธอยู่น่ะเล็กนิดเดียว จะมัวเสียเวลาหงุดหงิดอยู่ทำไม…เอ้าอุ้มออกมาเล่นกับพี่เขาได้แล้วแอบดูอยู่นั่นแหละ” พ่อร้องเรียกอุ้มที่แอบดูอยู่อย่างกล้าๆ กลัวๆ อยากจะเข้ามาขอเล่นด้วยแต่ก็กลัวว่าอ้อมจะไม่เล่นกับตน

“พี่อ้อมไม่โกรธหนูแล้วใช่มั้ย”
“อื้อจ้ะ จริงๆ ไม่โกรธตั้งนานแล้วแหละ แต่ว่าอย่าไปเล่าให้แม่ฟังเชียวว่าพี่เขียนถึงแม่ว่ายังไง”
“ไม่เล่าจ้ะ เป็นความลับของเราสองคนก็แล้วกันเนอะ”
“ใช่ ความลับที่พี่กับน้องเท่านั้นที่รู้” สองพี่น้องยิ้มให้กัน แกว่งชิงช้าให้กันและกัน และรู้สึกเหมือนกันว่า…โชคดีที่มีพี่น้องแบบนี้

ไม่หรอกนี่ไม่ใช่นิทานหลอกเด็กที่จะจบว่า แล้วทั้งสองก็รักกันไม่ทะเลาะกันอีกตลอดไป เพราะในความเป็นจริงเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันทุกวันย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา แต่นับจากวันนั้นหากใครโกรธขึ้นมา แทนที่จะปึงปังเสียงดังใส่กันก็จะมานั่งที่ชิงช้านี้ แกว่งชิงช้าแรงๆ ปลดปล่อยความโกรธไปกับแรงโยกของชิงช้า พออารมณ์ดีขึ้นแล้วค่อยหันหน้าเข้าหากัน เหนื่อยน้อยกว่าตะโกนใส่กันตั้งเยอะ

…………..
5 มกราคม 2551

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารสกุลไทย
ปีที่ 54 ฉบับที่ 2787 ประจำวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2551

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: