ภูตจิ๋วจับรุ้ง

เช้าวันฝนพรำ อากาศเย็นฉ่ำ ภูตจิ๋วนอนมองสายฝนเพลินจนลืมไปว่า วันนี้ต้องไปโรงเรียน
“อากาศดีแบบนี้น่าชวนภูตจ้อยไปเล่นน้ำฝน” ว่าแล้วภูตจิ๋วก็กระโดดลงจากเตียง วิ่งตรงไปที่บ้านภูตจ้อย
แม่ของภูตจ้อยได้ยินเสียงภูตจิ๋วร้องเรียกภูตจ้อยก็แปลกใจ
“ภูตจิ๋วยังไม่ไปโรงเรียนอีกหรือจ้ะ” แม่ถาม
“วันนี้วันอาทิตย์นี่ฮะ”
“วันจันทร์จ้ะ…อ้าวมัวแต่งงอยู่นั่นล่ะ ภูตจ้อยออกจากบ้านไปตั้งนานแล้ว รีบไปโรงเรียนซะ เดี๋ยวคุณครูจะโกรธนะ”
ภูตจิ๋วมองปฏิทินที่แขวนไว้ที่ผนัง วันนี้ปฏิทินเป็นสีเหลือง ใช่วันจันทร์จริงๆ ด้วย
“งั้นผมไปล่ะฮะ” ภูตจิ๋วหันหลังเตรียมวิ่งออกจากประตู แล้วมันก็ได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์บนท้องฟ้า…สะพานโค้งเจ็ดสี
“ว้าวสวยจังเลย”
“เขาเรียกว่ารุ้งกินน้ำจ้ะ มัวแต่ดูอยู่นั่นล่ะ รีบไปได้แล้ว”

ตอนที่ภูตจิ๋วไปถึงโรงเรียนคุณครูกำลังสอนเรื่องรุ้งอยู่พอดี
“คุณครูครับเราขึ้นไปเดินบนรุ้งได้มั้ยครับ?” ภูตจ้อยถามด้วยความสงสัย
“นั่นสิๆ อยากขึ้นๆ” ภูตจิ๋วที่เพิ่งมาถึงพูดทั้งที่ยังหอบแฮ่กๆ
“ภูตจิ๋วรู้หรือเปล่าว่ารุ้งกินน้ำคืออะไร ครูเพิ่งสอนจบไปเมื่อกี้”
“ไม่รู้ฮะ แต่มันสวย ผมชอบ อยากจับรุ้ง อยากขึ้นไปเล่นบนสะพานรุ้งฮะ”
“งั้นมาทดสอบกันมั้ยว่า เราจะจับรุ้งกินน้ำได้หรือเปล่า ทำยังไงดีน้า?”
“ไม่เห็นยากเลยนี่ฮะ เราก็หายตัวแว้บไปโผล่ตรงที่รุ้งอยู่โน่นไงฮะ”
คุณครูหัวเราะ แล้วพูดกับภูตจิ๋วว่า “เอ้า…งั้นลองดู”

ภูตทุกตนมีความสามารถในการหายตัวแว้บไปโผล่ในที่ต่างๆ ได้ แม้แต่ภูตที่ยังไม่เข้าโรงเรียนก็ทำได้ เพียงแต่อาจกำหนดเป้าหมายผิดพลาดไปอยู่ในที่ที่มีอันตราย ภูตเด็กๆ จึงไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปไหนมาไหนด้วยการหายตัว ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนัก เพราะภูตเด็กๆ ชอบวิ่งมากกว่าแว้บอยู่แล้ว

เมื่อครูอนุญาตให้ภูตจิ๋วหายตัวไปยังที่ที่รุ้งกินน้ำปรากฏอยู่ได้ ภูตจิ๋วจึงรีบหายตัวแว้บไปโผล่ที่นั่น แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีสะพานสายรุ้ง ซ้ำยังมีฝนตกจั้กๆ จนภูตจิ๋วเปียกไปทั้งตัว
ภูตจิ๋วรีบกลับมาบอกคุณครูและเพื่อนๆ พวกเด็กๆ ผิดหวังที่ภูตจิ๋วหารุ้งไม่พบ
“ไปโผล่ผิดที่แหงๆ เลย” ภูตจ้อยรำพึง
“ไม่ผิดซักหน่อย” ภูตจิ๋วมั่นใจว่าตนเองไปถูกที่แล้ว
“ถ้าไปถูกที่ก็ต้องเจอสิ” เพื่อนๆ ผิดหวังที่ภูตจิ๋วผู้ที่แว้บเก่งที่สุดในชั้นเรียนทำพลาด

“งั้นเอาอย่างนี้ละกัน ฉันจะยิงธนูไปตรงที่ปลายโค้งของรุ้ง แล้วภูตจิ๋วหายตัวไปใหม่อีกครั้ง กำหนดเป้าหมายไว้ตรงที่ธนูของฉันตกลงไปนะ รับรองไม่พลาด” ภูตจ้อยเสนอ
ภูตจ้อยเป็นแชมป์ยิงธนูของโรงเรียน ถ้าภูตจ้อยยิงธนูไปตรงที่รุ้งปรากฏ ลูกธนูต้องไม่ไปตกผิดที่แน่ๆ
แต่เมื่อภูตจิ๋วไปถึงที่ที่ลูกธนูตกอยู่ก็ไม่พบสะพานรุ้ง แถมท้องฟ้ายังดำทะมึนมีฝนตกโปรยปราย

“ถ้าคราวก่อนฉันพลาด คราวนี้ภูตจ้อยก็พลาดเหมือนกันล่ะ” เสียงของภูตจิ๋วดังขึ้นพร้อมๆ กับการกลับมาปรากฏตัวหน้าชั้น
“ทำไมล่ะ? ทำไม?” เพื่อนๆ ถาม
“ก็ตรงที่ธนูไปตกน่ะไม่มีรุ้งซักหน่อย แถมท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่เหมือนกับที่เราเห็นอยู่นี้เลย”
ภูตเด็กๆ ผิดหวังกันอีกรอบ

“ไม่น่าพลาดนะ เป้าหมายใหญ่ขนาดนั้น ขอลองอีกทีละกัน” ภูตจ้อยประหลาดใจมาก ก็เมื่อกี้เล็งไปที่ปลายรุ้งพอดี แต่ทำไมที่ที่ลูกธนูตกจึงไม่มีรุ้งล่ะ
“ลองใหม่หรอ ฉันเหนื่อยแล้วนะ” การหายตัวแต่ละครั้งใช้พลังงานมากทีเดียวภูตจิ๋วแว้บไปแว้บกลับ ๒ รอบ ก็เท่ากับ ๔ ครั้งแล้ว มันจึงหมดแรง
“แต่ในห้องเราก็ไม่มีใครแว้บเก่งเท่าภูตจิ๋วเลย ถ้าเกิดไปผิดที่แล้วกลับไม่ได้ก็แย่สิ”
เพื่อนๆ เสนอให้ภูตจิ๋วหดตัวให้เล็กลง แล้วผูกตัวติดกับลูกธนู คราวนี้หากระหว่างทางเห็นว่าลูกธนูจะพลาดเป้า ก็ให้ภูตจิ๋วเบนหัวธนูพาบินไปในทางที่ถูกต้อง แน่นอนการหดตัว การบิน เป็นความสามารถพิเศษของพวกภูตอีกนั่นแหละ

ภูตจิ๋วผูกตัวเองติดกับธนู คราวนี้ไม่ผิดทางแน่ สายตาของภูตจิ๋วจับจ้องไปยังสะพานสายรุ้งที่อยู่เบื้องหน้า ใกล้เข้าไปทุกทีๆ แล้วจู่ๆ รุ้งที่อยู่ตรงหน้าก็หายไปวับ มีเพียงสายฝนตกพรำ

“ทำไมที่นั่นไม่มีรุ้ง”
“ครูบอกว่ารุ้งเกิดหลังฝนตก แต่ทำไมทุกที่ที่ภูตจิ๋วไปโผล่มีฝนตก”
“รุ้งเดินหนีไป”
“แต่เรามองเห็นรุ้งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหนเลยนะ”
“หรือว่ารุ้งซ่อนตัวได้”
ฯลฯ
ภูตเด็กๆ แย่งกันถามครู

“ไม่มีใครจับรุ้งได้หรอก เรามองเห็นรุ้งกินน้ำหลังจากฝนตกก็จริง แต่ตรงที่รุ้งปรากฏให้เราเห็นน่ะฝนตกอยู่ เพราะรุ้งเกิดจากการหักเหของแสงที่ส่องผ่านน้ำ…”
ภูตเด็กๆ พากันงง อะไรหนอ ฝนหยุดตก…แต่ฝนตก มองยังไงก็ไม่เห็นว่าตรงที่มีรุ้งฝนตก
“เอาล่ะ ครูจะทำให้ดู”
เมื่อเห็นว่าภูตเด็กๆ ไม่เข้าใจครูจึงเสกน้ำพุขึ้นมาตรงหน้าพวกเขา
“มายืนตรงนี้ หันหลังให้ดวงอาทิตย์ แล้วมองไปที่ละอองน้ำพุนะ”
ภูตเด็กๆ ทำตามที่ครูบอก เพียงครู่เดียวก็เห็นสายรุ้งปรากฏอยู่ในน้ำพุ
“ในน้ำพุมีรุ้ง!!!”
“รุ้งอยู่ในน้ำพุ!!!” ภูตเด็กๆ พากันตื่นเต้น
“คราวนี้ย่อตัวให้เล็กลงนะ เล็กพอที่จะเข้าไปในน้ำพุได้ รุ้งอยู่ตรงหน้านี้แล้วคราวนี้ไม่มีการพลาดเป้าหมายอย่างแน่นอน ใครอยากจับรุ้ง ใครอยากขี่รุ้ง เข้าไปเลย”

แต่พอภูตเด็กๆ เข้าไปข้างในน้ำพุกลับมองไม่เห็นรุ้ง มีเพียงละอองน้ำโปรยปรายดุจสายฝน
“รุ้งอยู่กลางฝนจริงๆ ด้วย !!!” ภูตจิ๋วเริงร่าท่ามกลางน้ำพุ
ทั้งภูตจิ๋วและภูตจ้อยไม่ได้เล็งเป้าหมายพลาดเลย การทดลองจับรุ้งทั้ง ๓ ครั้งภูตจิ๋วไปถึงยังที่ที่รุ้งอยู่จริงๆ นั่นแหละ

คุณครูให้เด็กๆ สรุปเรื่องที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
และนี่คือสิ่งที่ภูตจิ๋วเขียนส่งครู

“รุ้งสีสวยที่เรามองเห็น มีอยู่จริง แต่จับต้องไม่ได้ เมื่อเข้าใกล้มันจะหนีหาย แต่เมื่อเราออกมาดูห่างๆ มันก็จะปรากฏให้เห็น สรุปได้ว่า รุ้งเป็นสิ่งที่ขี้อายที่สุดในจักรวาล”
———————————–
17 กุมภาพันธ์ 2551

1 ตอบกลับที่ ภูตจิ๋วจับรุ้ง

  1. ใบตอง พูดว่า:

    สีที่แตกต่าง ก่อเกิดรุ้งอันแสนงาม..
    แตกต่าง ก็มิใช่ว่าจะอยู่ด้วยกัน ไม่ได้
    ขอบคุณรุ้งงามครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: