ผู้เตือนสติ

ดุจดาวยืนอยู่ริมระเบียงชั้น ๑๒ ของโรงพยาบาลเอกชนย่านชานเมือง เด็กสาวมองลงไปยังพื้นซีเมนต์ด้านล่างอย่างมีจุดมุงหมายบางอย่าง

“ตรงนั้นแหละ แค่วูบเดียวแล้วทุกอย่างจะจบ ไม่ต้องเสียใจกับอะไรอีกต่อไป”
สายลมเย็นเอื่อยโชยมาปะทะหน้า เด็กสาวนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในห้องตรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“ไม่จริง…มันมีการผิดพลาดได้มั้ย?” เธอถามเมื่อแพทย์วัยกลางคนบอกผลการตรวจว่าเธอกำลังจะมีลูก ที่จริงเธอซื้อชุดตรวจครรภ์มาทดสอบด้วยตัวเองถึง ๓ ครั้งแล้ว แต่เธอไม่เชื่อว่า ไอ้ ๒ ขีดที่ปรากฏนั้นจะเป็นความจริง ในเมื่อเธอและแฟนหนุ่มป้องกันอย่างดีทุกครั้ง
“หนูคุมอยู่นะหมอ…แล้วหนูจะท้องได้ยังไง?”

สีหน้าของนายแพทย์เฉยเมย เขาชินเสียแล้วกับวัยรุ่นใจแตก ท้องในวัยเรียน บางรายร่ำไห้ บ้างร้องโวยวาย และไม่น้อยที่เอ่ยปากขอให้เขาทำแท้งให้อย่างไม่ใยดีกับสิ่งมีชีวิตน้อยๆ ที่เกิดจากความรักสนุกของตัวเอง แต่เขามีหน้าที่ทำคลอด จึงมิอาจเป็นผู้คร่าชีวิตใคร แม้บางรายจะยินดีมอบเงินก้อนโตเพื่อตัดเลือดเนื้อของตัวเอง แต่เขาไม่เคยยอมรับข้อเสนอ
“ถ้าเด็กมันโตมาแบบพ่อแม่ก็ไม่มี กลายเป็นเด็กมีปัญหา หมอจะว่าไง” พ่อของเด็กสาวรายหนึ่งเอ่ยอ้างและตราหน้าเขาว่าเป็นพวกไม่รับผิดชอบต่อสังคม
………………….

“ไม่มีวิธีไหนที่คุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณก็น่าจะรู้” นายแพทย์มองเด็กสาววัยคราวลูกแล้วเอ่ยเรียบๆ
“ถ้าไม่แน่ใจผลตรวจคราวนี้ อาทิตย์หน้ามาตรวจซ้ำอีกครั้งก็ได้ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะต่างกันหรอก”
“แต่ก็ไม่แน่ใช่มั้ย” ดุจดาวถามแผ่วเบา
………………….

เพียงเธอบอกแฟนหนุ่มว่า “อาจจะท้อง” เขาก็เกรี้ยวกราด ต่างจากตอนที่เขาและเธอร่วมสนุกกันเป็นคนละคน  และเมื่อผลตรวจจากโรงพยาบาลออกมาว่าเธอท้อง เขาก็บอกเลิกกับเธอทันที
“กูไม่ใช่พ่อมัน มึงไปทำอะไรกับใครก็ไปหามันโน่นไป”
“จะทำอะไรกับใครก็มึงนั่นแหละ ไอ้เ…” พูดได้ไม่ทันจบคำ คนรักที่เคยอ่อนโยนก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเธอ แก้มที่เคยขาวอมชมพูกลับเป็นปื้นสีแดงเข้ม
จากวันนั้นจนวันนี้ เขาที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคนรักกลับหายไปจากชีวิตเธออย่างไร้เยื่อใย
………………….

“ผมบอกคุณแล้วว่าผลการตรวจคงไม่ต่างจากเดิม คุณตั้งครรภ์ได้ ๒ เดือนแล้ว”
คำพูดของนายแพทย์ในห้องตรวจเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ราวกับคำตัดสินของเพชฌฆาต เธอคิดมาตลอดสัปดาห์ว่า หากท้องขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร ในเมื่อพ่อของเด็กแสดงออกชัดว่าไม่รับผิดชอบ จะให้เธอกลับไปหาพ่อแม่หรือ? เธอจะบอกพวกเขาอย่างไร
ทางเดียวที่จะยุติปัญหาได้ คงเป็นความตายเท่านั้น
………………….

สายลมเย็นปะทะหน้าเธออีกครั้ง ความเย็นเยียบทำให้เธอสะดุ้งตื่นจากภวังค์และพบว่าไม่ได้ยืนอยู่ริมระเบียงโดยลำพัง
หญิงวัย ๕๐ เศษ ยืนอยู่ริมระเบียงแล้วมองลงเบื้องล่างเช่นเดียวกับเธอ
“คุณป้ามาทำอะไรที่นี่คะ” ดุจดาวเอ่ยถามหญิงคนนั้น ทั้งที่ใจอยากไล่ให้ไปพ้นๆ เธอจะได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้จบๆ ไปเสียที
“ป้ามาทำสิ่งเดียวกับที่หนูคิดอยู่ตอนนี้นั่นแหละ” คำตอบนั้นทำเอาดุจดาวอึ้งไป
“คุณป้ารู้ว่าหนูจะทำอะไร? แล้วคุณป้าก็กำลัง…” เด็กสาวถามตะกุกตะกัก หญิงต่างวัยไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับเล่าเรื่องของตัวเองขึ้นมา

“ป้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ลูกชายป้าเหนื่อยกับการหาเงินมารักษาป้าไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ไอ้โรคพรรค์นี้น่ะ ค่าหมอ ค่ายาแพงเหลือเกิน หามาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ที่สำคํญ มันไม่มีทางหาย…ป้าไม่อยากรักษาแล้ว แต่ลูกชายป้าไม่ยอม เขาบอกว่ายังไงก็ต้องหาเงินมารักษาป้าให้ได้
“…ป้าไม่อยากเห็นลูกลำบากอีกแล้ว ป้าเองก็ทรมานจนเคยขอร้องให้หมอฉีดยาให้ตายๆ ไปด้วยซ้ำ…ไม่มีหมอคนไหนทำแบบนั้นหรอก…แต่ไม่เป็นไรป้าจัดการเองได้
“…ถ้าหนูมีลูก หนูจะไม่รักใครได้มากไปกว่าเขาอีก ความรักที่หนูมีให้พ่อของเด็กในท้องหนูน่ะเทียบไม่ได้กับความรู้สึกที่หนูจะมีต่อลูกหรอก พ่อแม่ของหนูเองก็รักหนูไม่น้อยไปกว่าที่ป้ารักและทำทุกอย่างเพื่อลูกของป้าหรอก
“…จำไว้นะ การมีโอกาสเป็นแม่ เป็นผู้ให้กำเนิดเป็นสิ่งประเสริฐสุดแล้ว ผู้หญิงเราเกิดมาเพื่อเป็นผู้สร้าง ผู้ให้กำเนิดชีวิต ใช่ผู้ทำลาย”
พูดจบร่างนั้นก็กระโดดลงจากระเบียงอย่างรวดเร็ว เสียงของร่างตกกระทบพื้นดังลั่น ดุจดาวกรีดร้องก่อนหมดสติไป
………………….

เมื่อฟื้นขึ้นเด็กสาวก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีพ่อแม่ของเธอเฝ้าอยู่ด้วยความห่วงใย
“พ่อ…แม่…หนู…หนู” ดุจดาวร่ำไห้ออกมา
“ไม่เป็นไรลูก ไม่ต้องพูดอะไร พ่อแม่รู้เรื่องแล้ว ค่อยๆ คิด ค่อยๆ หาทางกันไป หลานคนเดียวแม่เลี้ยงได้ ชีวิตหนูยังอีกไกลนะ”
“แล้วผู้หญิงคนนั้น…ที่ระเบียง…”
“ใครกันลูก ตอนพยาบาลเจอหนูเป็นลมอยู่ริมระเบียง ไม่มีใครอยู่ด้วยนี่จ๊ะ”
“…หนูตั้งใจจะกระโดดลงไป แต่คุณป้าคนนั้นมาเตือนหนู…แล้วเขา…ก็…” ดุจดาวเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่ฟัง

และเมื่อสอบถามกับพยาบาล จึงได้รู้ว่าเคยมีเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยมะเร็งกระโดดตึกตายจริงๆ โดยผู้ตายเขียนจดหมายถึงลูกชายว่า ไม่อยากเห็นเขาต้องลำบากหาเงินทองมารักษา อยากให้ลูกเก็บเงินไว้สร้างอนาคตมากกว่า หลังเกิดเหตุผู้เป็นลูกเสียใจมากจนเป็นโรคซึมเศร้า แต่เมื่อรักษาหายและตั้งสติได้ ชายคนนั้นก็ตั้งใจบวชอุทิศส่วนกุศลให้แม่โดยไม่สึกตลอดชีวิต
……………………………………………….

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร แรงบุญแรงกรรม
ปีที่ 5 ฉบับที่ 103 ปีกษ์หลัง 16-31 ตุลาคม 2551

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: