น้องใหม่

ทิพย์สุดานั่งรวบรวมสมาธิ วันนี้เป็นวันแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่นิตยสารแห่งนี้ ในตำแหน่งเลขานุการกองบรรณาธิการ เวลาในตอนนี้คงยังเช้าเกินกว่าที่จะมีกองบรรณาธิการคนไหนเริ่มงาน ห้องทั้งห้องจึงไร้ผู้คน
พิมลหัวหน้าฝ่ายบุคคลพาเธอมานั่งที่โต๊ะ และให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ก่อนกลับไปทำงานของตัวเอง เธอจึงต้องอยู่ตามลำพัง หญิงสาวนั่งพลิกดูเอกสารต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ และยังมีซองจดหมายที่ยังไม่ได้แกะอีกปึกใหญ่ ซึ่งพิมลบอกว่าเธอต้องแยกจดหมายเหล่านี้ส่งให้เพื่อนร่วมงานแต่ละคน ก่อนอื่นเธอคงต้องทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานให้หมดทุกคน
ทิพย์สุดาเริ่มสำรวจรายชื่อทีมงานของนิตยสาร ด้วยการเปิดดูที่หน้ารายชื่อทีมงาน
“ชื่อเพราะๆ ทั้งนั้นเลย” เธอนึก
“สวัสดี…เพิ่งมาใหม่หรอ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง ทิพย์สุดาหันไปมอง เริ่มอุ่นใจที่ได้เห็นเพื่อนร่วมงาน
“ค่ะ ชื่อทิพย์สุดาค่ะ เรียกทิพย์เฉยๆ ก็ได้ พี่ชื่ออะไรคะ”
“พิธครับ พิพิธพงศ์นะ ไม่ใช่พิษภัยหรือพิพิธภัณฑ์” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน ทำให้ทิพย์สุดาสบายใจขึ้น อย่างน้อยก็มีเพื่อนคนนึงแล้วล่ะ
“หิวหรือเปล่า ห้องครัวอยู่ทางโน้น เดินไปสุดทางซ้ายมือ ไปชงกาแฟกินก่อนได้นะ เช้าๆ อย่างนี้ยังไม่มีใครมาหรอก”
“ขอบคุณค่ะ แต่แหม…พี่มาเช้าจัง ยังไม่มีใครมาเลย”
“ใครว่ามาเช้า ยังไม่ได้กลับบ้านต่างหาก” พอพูดจบพิพิธพงศ์ก็อดขำกับท่าทางตกใจของทิพย์สุดาไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอก พี่ชอบทำงานตอนดึกๆ มากกว่า ช่วงกลางวันคนเยอะ ไม่ค่อยมีสมาธิน่ะ ไม่ใช่ที่นี่ใช้แรงงานจนดึกดื่นข้ามคืนหรอก มานี่มา…จะพาทัวร์”
……………………………………………………

หญิงสาวนั่งยิ้มกับถ้วยกาแฟ สองสัปดาห์แล้วที่เธอทำงานที่นี่ เธอเริ่มคุ้นชินกับบรรยากาศการทำงานในสำนักงานแห่งนี้ แม้เธอจะต้องเริ่มเข้างานก่อนใครก็ไม่รู้สึกเหงาเพราะ “พี่พิธ” จะคอยมานั่งเป็นเพื่อน ชวนคุยและแนะนำสิ่งต่างๆ ให้เธอทุกเช้า
“สวัสดีค่ะ พี่ปู…วันนี้มาเช้าจัง” ทิพย์สุดาทักทายปูชิตาผู้เป็นบรรณาธิการ
“อือ…เดี๋ยวพี่มีสัมภาษณ์เช้าน่ะ แวะเข้ามาเอาของหน่อยนึง” ปูชิตาตอบพลางรื้อค้นหาเอกสารบนโต๊ะ
ทิพย์สุดามองข้ามไปยังอีกมุมของห้อง แปลกใจที่วันนี้พิพิธพงศ์ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น
“ทิพย์…เห็นแฟ็กซ์งานที่โรงแรมแกรนด์ที่จะจัดบ่ายนี้มั้ย?”
“อยู่นี่ค่ะ เอ่อ…เขาเชิญคุณพิพิธพงศ์นี่คะ”
“เอามานี่ พี่ไปเอง”
ทิพย์สุดายื่นใบแฟ็กซ์ให้บ.ก. อย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมปูชิตาจึงต้องการไปงานนี้ทั้งๆ ที่เป็นงานของพิพิธพงศ์ แต่ก็เดาเอาว่าวันนี้เขาคงไม่ว่าง เพราะตั้งแต่เช้าเธอยังไม่เห็นหน้าเขาเลย
“ไปล่ะ…วันนี้พี่คงไม่เข้าแล้ว คราวหลังถ้ามีจดหมายข่าว หรืองานอะไรที่ส่งมาในชื่อพิพิธพงศ์ส่งมาให้พี่เลยนะ”
……………………………………………………

“อะไรกันน่ะ…หรือว่าพี่ปูจะไม่ชอบพี่พิธ” ทิพย์สุดาคิดในใจ
“ไม่หรอก ให้พี่ปูจัดการน่ะดีแล้ว” เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง
“พี่พิธมาเมื่อไหร่คะเนี่ย แล้วงานนั้น…” หญิงสาวหันไปทักด้วยความดีใจ ก่อนจะชะงักด้วยความประหลาดใจที่ชายหนุ่มตอบคำถามที่เธอคิดในใจได้
“…แล้วพี่พิธรู้ได้ยังไงว่าทิพย์คิดอะไรอยู่”
“โธ่…เดาเอาก็รู้ ทำตามที่พี่ปูบอกนั่นแหละ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตามสไตล์ของเขาก่อนจะหยิบกล่องพัสดุใบหนึ่งให้ทิพย์สุดา
“แต่นี่ไม่ใช่งาน เพราะฉะนั้นเอาไปได้ เอ้า…พี่ให้”
“อะไรคะ”
“กิฟต์เซตจากบริษัทเครื่องสำอางน่ะ พี่ไม่ได้ใช้หรอก”
“ก็เก็บไว้ให้แฟนพี่สิคะ” ทิพย์สุดาเย้า
แทนที่จะยิ้มตอบเหมือนทุกครั้ง พิพิธพงศ์กลับเศร้า
“ถ้าแฟนพี่ หรือใครๆ รับรู้ได้อย่างทิพย์ก็ดีสิ”
……………………………………………………

“ทิพย์ พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้ามีงานของพิธให้มาไว้ที่พี่” ปูชิตาตำหนิทิพย์สุดา เมื่อเห็นจดหมายข่าวหลายฉบับวางอยู่บนโต๊ะพิพิธพงษ์
“ก็…ทิพย์เห็นว่าเป็นงานของพี่พิธ งานของคนอื่นพี่ปูยังให้ทิพย์ส่งให้เจ้าตัวไปจัดการเองเลยนี่คะ แล้วทำไมงานของพี่พิธถึงต้องส่งให้พี่ปูก่อนละคะ?”
“พิธเขาจะมาจัดการเองได้ยังไง…เขาตายไปก่อนที่ทิพย์จะเข้ามาทำงานอีก”
“พี่ปูอำทิพย์ใช่มั้ย เมื่อเช้าทิพย์ยังเจอพี่พิธอยู่เลย”
“ทิพย์เจอพิธ…เป็นไปได้ยังไง”
“ทิพย์เจอเขาตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน…”
………………………………………………..

บรรณาธิการสาวมั่นฟังทิพย์สุดาเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างประหลาดใจ หลายๆ เรื่องของพิพิธพงศ์นักข่าวหนุ่มฝีมือดีเป็นเรื่องที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ แน่นอนเด็กใหม่อย่างทิพย์สุดาย่อมอยู่ในกลุ่มผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวนั้น แต่เธอกลับเล่าได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับนิสัยของเธอที่ไม่ได้ช่างเมาธ์อย่างบรรดาลูกน้องสาวๆ คนอื่นทำให้ปูชิตาเชื่อว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง…แม้ไม่อยากจะเชื่อก็ตาม
    ปูชิตาเอามือแตะหน้าผากถูไปมาสักพักอย่างจนคำพูด ทิพย์สุดาต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน 
    “ทั้งหมดที่ทิพย์เล่า เป็นเรื่องจริงนะคะ” หญิงสาวเสียงสั่น เธอไม่อยากให้ผู้เป็นหัวหน้ามองว่าเธอสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนเรื่องที่เธอไม่ทำตามคำสั่ง
“ทิพย์บอกว่าเจอพิธทุกเช้า” ปูชิตาถามอย่างไม่รู้จะเริ่มเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร
“ค่ะ” ทิพย์สุดายืนยันหนักแน่น
“ทิพย์…เคยเจอเขาในระหว่างวันมั้ย ในช่วงที่มีคนอื่นอยู่ด้วยน่ะ”
“ไม่ค่ะ แต่ทิพย์…”
“พี่บอกว่า…เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ทิพย์ไม่เชื่อ…งั้นดูนี่” ปูชิตาพูดพร้อมส่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งให้ทิพย์สุดา
ข่าวพาดหัวปะจำวันนั้นเป็นข่าวอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ทิพย์สุดาคุ้นตา หญิงสาวรีบพลิกดูรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกในครั้งนั้น
นายพิพิธพงศ์…..

ทิพย์สุดาไม่แน่ใจว่าตนเองรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เธอได้พบ จะบอกว่าไม่กลัวก็พูดได้ไม่เต็มปาก หากความสงสารระคนประหลาดใจออกจะมากกว่าความกลัว เธอนึกถึงวันแรกที่ได้เจอเขา วันที่เขาบอกเธอว่า “…ยังไม่ได้กลับบ้าน…” ตอนนี้เขาทำอะไรอยู่นะ แล้วทำไมเขาถึงเลือกที่จะปรากฏตัวให้เธอเห็น เขาอยากจะบอกอะไรเธอ
หลายวันแล้วที่พิพิธพงศ์ไม่ปรากฏตัวให้ทิพย์สุดาเห็นอีก เขาคงรู้ว่าทิพย์สุดารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาแล้ว หญิงสาวเดินไปที่โต๊ะของเขา พูดกับความว่างเปล่าตรงหน้า
“พี่พิธเป็นคนแรกที่ทิพย์รู้จัก พูดคุยด้วยอย่างสนิทสนม ทิพย์ขอบคุณที่พี่พิธแนะนำหลายๆ เรื่องให้ ทำให้ทิพย์ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ การที่ทิพย์ได้เจอกับพี่พิธแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน คงเป็นเพราะเรามีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงกันได้ ถ้าพี่พิธต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกทิพย์นะคะ”
…………………………………….
“ทิพย์…ทิพย์…”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นใกล้ๆ ตัว ทิพย์สุดามองหาที่มาของเสียง
“ไม่ต้องมองหาหรอก ในเมื่อทิพย์รู้เรื่องของพี่แล้ว ถ้าพี่ออกไปให้ทิพย์เห็นทิพย์คงกลัว พี่มีเรื่องอยากให้ทิพย์ช่วยเรื่องนึง เอากุญแจที่วางบนโต๊ะที่หัวเตียงของทิพย์ไปที่บ้านพี่ บอกแม่พี่ให้ไขลิ้นชักโต๊ะทำงานในห้องพี่…ช่วยพี่หน่อยนะทิพย์”

หญิงสาวสะดุ้งตื่น ควานมือเปะปะไปที่โต๊ะ ท่ามกลางความมืด นิ้วของเธอสัมผัสกับวัตถุบางอย่าง
“กุญแจ”
ทิพย์สุดาหยิบกุญแจขึ้นมากำไว้แน่น แปลกที่ไม่รู้สึกกลัว

รุ่งขึ้นเป็นวันหยุด เธอโทรฯสอบถามทางไปบ้านพิพิธพงศ์กับพี่ปู แม่ของพิพิธพงศ์ประหลาดใจกับการมาเยือนของหญิงสาว นางยังทำใจกับการจากไปของลูกชายไม่ได้ แต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป เมื่อขาดลูกชายซึ่งเป็นกำลังหลักในการหารายได้เข้าบ้าน นางจึงต้องกลับมาทำขนมขายหาเลี้ยงชีพดังเช่นครั้งที่พิพิธพงศ์ยังเล็ก อีกเพียงสองปีลูกสาวคนเล็กของนางก็จะเรียนจบ ผู้เป็นแม่ต้องเข้มแข็ง
ทิพย์สุดาเล่าถึงเหตุที่ทำให้เธอต้องมาที่นี่พลางยื่นกุญแจให้ หญิงสูงวัยรับมาพิจารณาก่อนจะตัดสินใจลองทำตามที่หญิงสาววัยคราวลูกบอก

“คลิก” เสียงกุญแจถูกปลดล็อกดังเบาๆ มันใช้การได้จริง แต่อะไรที่อยู่ในนั้น อะไรที่สำคัญจนทำให้เจ้าของโต๊ะเป็นห่วงไม่อาจไปสู่ที่ที่ควรไปได้
แฟ้มพลาสติกปกสีน้ำเงินที่นอนนิ่งสงบอยู่ภายในลิ้นชักเป็นกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองถึงห้าล้านบาท!

ถ้าทิพย์สุดาไม่สามารถสื่อสารกับพิพิธพงศ์ได้ กรมธรรม์นั้นคงไม่ถูกค้นพบ เพราะหลังจากการเสียชีวิตของพิพิธพงศ์แม่และน้องของเขาตั้งใจจะเก็บของทุกอย่างในห้องให้คงอยู่ในสภาพเดิม นอกจากกรมธรรม์ในลิ้นชักยังมีแหวนเพชรวงเล็กบรรจุในกล่องรูปหัวใจสีชมพู…คงจะเป็นของที่เขาเตรียมไว้มอบให้คนรัก
…เขาคงรู้ว่าแม่และน้องกำลังลำบาก
…เขาคงรู้ว่าคนรักปวดร้าวเพียงใดกับการสูญเสีย

ร่างของหญิงสาวสั่นเทา เธอสะอื้นไห้ราวกับเพิ่งรับรู้ว่า เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ชายหนุ่มที่เคยทำให้เธออบอุ่นใจไม่ใช่มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ ไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจ เขาเป็นวิญญาณ!

“ถ้าแฟนพี่ หรือใครๆ รับรู้ได้อย่างทิพย์ก็ดีสิ”
ทิพย์สุดานึกถึงประโยคนี้ ความสงสารแล่นปราดเข้าจับใจ
…………………………………………………………………..

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร ผี๔๘
ปีที่ 4 ฉบับที่ 88 ปักษ์หลัง 16-30 พฤศจิกายน 2551

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: