New Mom 1 : เอนจอยอีทติ้ง…มันผิดตรงไหน??

ใช่ว่าคนท้องทุกคนจะแพ้ท้อง คลื่นเหียนอาเจียนจนรับประทานอะไรไม่ได้เสมอไป ว่าที่คุณแม่จำนวนไม่น้อยนอกจากจะไม่มีอาการแพ้ท้องแล้ว ยังเอนจอยอีทติ้งมากกว่าเดิมเสียอีก
บางคนอยากกินของแปลกๆ ของที่ไม่เคยชอบกลับชอบ กินอะไรก็อร่อยไปหมด บางคนถือคติ กินเผื่อลูก เพราะเชื่อว่า เมื่อมี 2 คนในร่างเดียวแล้วร่างกายก็ต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
เรื่องที่ว่ามาก็น่าจะจริง…แล้วการกินแบบที่ว่ามามันไม่ดีตรงไหนล่ะ?
ไม่ดีแน่ๆ ค่ะ เพราะหากคุณสนุกกับการกินเช่นนั้น น้ำหนักตัวส่วนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์จะคงอยู่กับคุณ แม้เจ้าตัวเล็กจะคลอดออกมาแล้วน่ะสิ!
นี่เองเป็นเหตุที่หลังคลอดแล้ว คุณแม่บางคนน้ำหนักตัวลดลงได้ในเวลาไม่นาน ขณะที่บางคนพยายามเท่าไหร่ก็ลดไม่ลงสักที
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างพอเหมาะ คุณแม่ที่มีเดิมมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดช่วงระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ควรมีน้ำหนักขึ้นประมาณ 11.5-16 กิโลกรัม โดยในไตรมาสแรกควรเพิ่ม 1-2 กิโลกรัม ส่วนในไตรมาส 2-3 ควรเพิ่มประมาณ 0.45 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
หากคุณเผลอไผล สนุกกับการกิน จนน้ำหนักตัวเพิ่มเกินกว่าที่ว่า ควรลดอาหารที่มีไขมันสูง อย่าง เค้ก คุกกี้ พาย ไอศกรีม แล้วหันมารับประทานผลไม้แทนขนม และเลือกรับประทานอาหารประเภทตุ๋น นึ่ง หรืออบ แทนอาหารทอด
แต่อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงสารอาหารต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อทั้งคุณและลูกน้อยด้วย
โปรตีน ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น เพราะโปรตีนมีส่วนสำคัญมากในการเจริญเติบโตของทารก แหล่งของโปรตีน ก็คือ เนื้อสัตว์ ไข่ เต้าหู้ และถั่วต่างๆ คุณจึงควรรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่สูงขึ้นกว่าที่เคยรับประทานเมื่อตอนก่อนตั้งครรภ์
แคลเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการสร้างกระดูก ฟัน และการทำงานของกล้ามเนื้อ ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 50 เปอร์เซ็นต์ คุณจึงควรดื่มนมมากให้ขึ้น ถ้าเป็นไปได้ควรดื่มนมที่มีแคลเซียมสูง หรือนมสำหรับคนตั้งครรภ์โดยเฉพาะ หากคุณแม่ดื่มนมไม่ได้ มีอาการแพ้นมวัว ควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม อย่าง ชีส หรือโยเกิร์ต และเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่าง ปลากรอบ เต้าหู้ ผักใบเขียว ถั่วแดง งา
ธาตุเหล็ก มีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด หากคุณแม่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้คุณแม่เป็นโรคโลหิตจาง อ่อนเพลียง่าย ซีด นอกจากนี้ยังอาจทำให้ลูกที่เกิดมาเป็นโลหิตจางไปด้วย
วิตามิน ร่างกายต้องการวิตามินเพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ผักผลไม้ที่มีสีเหลือง หรือสีส้ม อย่างแครอท ฟักทองมีวิตามินเอ ซึ่งมีความจำเป็นต่อสายตาและช่วยป้องกันการติดเชื้อควรรับประทานทุกวัน ส่วนผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ผักโขม ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง นอกจากจะมีวิตามินเอแล้วยังมีแคลเซียมสูง แถมยังให้โฟเลท ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดอีกด้วย
นอกจากนี้ คุณแม่ควรเลือกรับประทาน ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เป็นประจำทุกวัน เพราะวิตามินซีจะช่วยการดูดซึมของธาตุเหล็กให้ดีขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ เพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และเร่งการสมานแผลด้วย
การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ไม่ได้หมายความว่า จะต้องรับประทานอาหารในปริมาณมากๆ
เพราะการที่น้ำหนักตัวคุณแม่เพิ่มมาก ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าลูกน้อยในครรภ์จะยิ่งแข็งแรงมากเสมอไป
สนุกกับการกินแค่ไหน ก็ต้องไม่ลืมว่า ในไตรมาสนี้น้ำหนักของคุณควรเพิ่มขึ้นเพียง 1-2 กิโลกรัม เท่านั้น !
————————————————————————-

ล้อมกรอบ
Did you know?
– คุณแม่ที่ก่อนตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดช่วงระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ควรมีน้ำหนักขึ้นประมาณ 11.5-16 กิโลกรัม
– หากก่อนตั้งครรภ์คุณแม่เป็นคนผอม น้ำหนักควรเพิ่มประมาณ 11-18 กิโลกรัม
– แต่ถ้าคุณเป็นคนอ้วนอยู่แล้วล่ะก็น้ำหนักที่เพิ่มควรอยู่ในช่วง 7-11.5 กิโลกรัม เท่านั้น!

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 447 พฤษภาคม 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: