มือใหม่ : ศิลปะสร้างจินตนาการไม่รู้จบ…

ในยุคที่ความสะดวกสบายติดอยู่บนปลายนิ้ว
เด็กๆ มีของเล่นให้เลือกซื้อหามากมาย จนหลายๆ คนบ่นว่า ของเล่นสมัยนี้สำเร็จรูปเสียจนเด็กไม่ต้องใช้จินตนาการ ขาดความคิดสร้างสรรค์
ทั้งที่ความจริงแล้ว การส่งเสริมให้เด็กมีจินตนาการ ไม่ยากเลยค่ะ
แค่รู้จักนำเอาสิ่งรอบๆ ตัวมาประยุกต์ใช้ สร้างสรรค์เป็นของเล่นทำมือ แค่นี้ก็สานต่อจินตนาการของลูกได้ไม่รู้จบแล้วล่ะค่ะ

ใช้ศิลปะเสริมสร้างจินตนาการ

โดยปกติแล้วเด็กๆ มีจินคนาการและความคิดสร้างสรรค์อยู่มาก ถ้าปล่อยให้เขามีอิสระในโลกของเขา จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้สมองพัฒนาได้เต็มที่ ศิลปะนอกจากจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการแล้ว ยังช่วยในเรื่องพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ของเด็กด้วย ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเด็กเมื่อเติบใหญ่ในภายหน้าดัวย
เด็กวัยอนุบาล เป็นวัยที่เขาเริ่มขีดเขียนภาพอย่างมีความหมาย ภาพที่เด็กวาดจะปรากฏเป็นรูปร่างสัมพันธ์กับความจริงมากขึ้น
เด็กจะชอบวาดภาพคน หรือสิ่งที่อยู่ใกล้ชิด เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ตุ๊กตา รถ ฯลฯ ชอบใช้สีสดๆ สะดุดตา โดยไม่เน้นว่าต้องตรงกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ เช่น ภาพใบไม้ที่เขาวาดอาจไม่เป็นสีเขียว ภาพที่เขียนมักกระจัดกระจายไม่สัมพันธ์กัน องค์ประกอบภายในภาพยังไม่เป็นระเบียบ
และจะยังไม่รู้จักการออกแบบภาพ แต่จะวาดไปตามสิ่งที่คิดในขณะนั้น
ดังนั้น นี่จึงเป็นช่วงวัยที่เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับการผสานศิลปะเข้ากับจินตนาการที่กำลังบรรเจิดอยู่ในสมองน้อยๆ

เสริมพลังแห่งจินตนาการสร้างนิทานมีชีวิต
คุณแม่อาจช่วยเพิ่มพลังแห่งจินตนาการให้ลูกได้ด้วยวิธีง่ายๆ ก่อน เช่น อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ แล้วชวนลูกเล่นแสดงเป็นตัวละครในเรื่อง พอลูกเบื่ิอก็ลองชวนเขาแต่งนิทานขึ้นเองบ้าง โดยอาจให้สมาชิกในบ้านเป็นตัวเอกของเรื่อง และช่วยกันประดิษฐ์ของเล่นเพื่อใช้ประกอบการเล่านิทาน โดยเตรียมอุปกรณ์ที่หาได้ใกล้ๆ ตัว
เช่น ถ้าจะลองสร้างบ้านจากกล่องนม หรือกล่องน้ำผลไม้ ก็เตรียมอุปกรณ์ ทั้งกล่อง สีโปสเตอร์ พู่กัน จานสี ไว้ให้พร้อมแล้วลงมือได้เลยค่ะ

นิทานเรื่องนี้ไม่มีสิ้นสุด

คุณแม่อาจกลัวว่าลูกจะแต่งเรื่องขึ้นไม่ได้ อันนั้นเป็นความคิดแบบผู้ใหญ่ค่ะ สำหรับเด็กๆ นั้น พวกเขามีความคิดที่จะแต่งเติมเรื่องชนิดที่คุณแม่คาดไม่ถึงเขียวค่ะ
โดยเฉพาะเมื่อเด็กได้มีโอกาสเล่นเล่าเรื่องราวตามจินตนาการของตนเองบ่อยๆ ก็จะยิ่งมีไอเดียใหม่ๆ มาเล่าเรื่องต่อจากนิทานสั้นๆ ที่คุณแม่เล่าได้อย่างไม่รู้จบ
นอกจากนี้ ระหว่างเล่าเรื่องเด็กจะได้รู้จักคิด สำรวจและมองสิ่งต่างๆ ในหลายๆ แง่มุม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ค่อไปในอนาคต

ล้อมกรอบ

ในวัย 3-6 ปี เด็กๆ จะชอบ ขีดเขียน ระบายสี ชอบดูหนังสือภาพ บอกเล่าเรื่องราวที่เคยเห็นในหนังสือได้ถูกต้อง ความจำดี ช่างสังเกต มีความสนใจสิ่งต่างๆ นาน ชอบเล่นเลียนแบบท่าทางที่เห็นจากคนรอบข้าง หรือตัวละครในโทรทัศน์ เราจึงพบว่าเขาชอบการเล่นเล่านิทานแบบที่มีอุปกรณ์ประกอบฉากนี้มาก
แต่บางครั้งลูกอาจเล่าเรื่องราวได้ไม่ดีนัก เพราะประสบการณ์ของเขายังน้อย ถ้าคุณพ่อคุณแม่คอยออกความเห็น ต่อเรื่องให้นิดๆ หน่อยๆ เขาก็จะสานต่อเรื่องราวได้อีกยาว
การที่ลูกรู้จักสร้างตัวละครหลายๆ แบบทั้งคนดี คนไม่ดี เช่น ตำรวจ ผู้ร้าย หมาป่าขี้โกง นางฟ้าใจดี จะช่วยทำให้เด็กได้รู้จักคิดแบบหลากหลาย มีทัศนคติต่อโลกรอบตัวในแง่มุมที่กว้างขึ้น

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 32 ฉบับที่ 451 กันยายน  2552

1 ตอบกลับที่ มือใหม่ : ศิลปะสร้างจินตนาการไม่รู้จบ…

  1. ศรีประภา พูดว่า:

    ขอบคุณบทความดีๆค่ะน้องชนา
    แวะมาทักทายนะคะ ด้วยความคิดถึงมากๆค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: