Step for Baby : วินัยเริ่มได้ด้วยงานบ้าน

เด็กสมัยนี้ ไม่มีวินัย ไร้ระเบียบ ไม่รู้จักรับผิดชอบ…นี่เป็นคำกล่าวที่เราได้ยิน ได้ฟังกันบ่อยๆ 
     แต่ที่ได้ยินบ่อยกว่านั้น คือเสียงบ่นของคุณพ่อคุณแม่ที่ว่า “ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร?” ทั้งๆ ที่ทางแก้นั้นไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย
เชื่อมั้ยคะว่าการสอนลูกให้รู้จักช่วยงานบ้านจะช่วยพิชิตปัญหานี้ได้

ประโยชน์หลายสถานของงานบ้าน
การฝึกให้ลูกเล็กๆ รู้จักช่วยเหลือตัวเองง่ายๆ อย่างการกลัดกระดุม ใส่รองเท้า ผูกเชือกรองเท้าเอง ก่อนที่จะก้าวเข้ามาช่วยงานคุณแม่  เป็นการฝึกทักษะการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและสายตา ช่วยให้เด็กใช้มือได้คล่อง รู้จักการสังเกตและแก้ปัญหา เช่น จะสวมรองเท้าอย่างไรให้ถูกข้าง 
     สิ่งเหล่านี้ มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กเมื่อโตขึ้น โดยมีการสำรวจพบว่าเด็กที่ได้รับการฝีกให้ช่วยเหลือตัวเอง จะพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการฝึกที่มักจะทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไม่ค่อยมีความพร้อมในการรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และขาดวินัย
     เมื่อลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองแล้ว การชักชวนให้ลูกทำงานบ้าน โดยทำให้งานบ้านเป็นเรื่องที่น่าสนุก เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบต่องาน และการมีวินัย ไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ควรทำให้การทำงานบ้านเป็นกิจกรรมที่สนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยคุณอาจคิดเกมสนุกๆ ขึ้นมาเล่นระหว่างทำงาน เช่น แข่งกันเช็ดจาน ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจเป็นอันตราย และควรชมเชยในความพยายามของลูกแม้บางครั้งเขาอาจยังทำได้ไม่ดีพอก็ตาม
หน้าที่ไม่ใช่เพื่อรางวัล
หลายครอบครัวตั้งเงินรางวัลล่อใจให้ลูกทำงานบ้าน ทั้งที่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด เพราะการทำเช่นนั้น เด็กจะเข้าใจว่า การทำงานบ้านเป็นงานที่ทำแล้วต้องได้ผลตอบแทน ถ้าไม่ได้ผลตอบแทนเขาก็จะไม่ทำ
คุณจึงควรให้ลูกได้รับรู้ว่า ทุกคนในบ้านต้องช่วยกันทำงานบ้านเพื่อให้บ้านสะอาด น่าอยู่ ทุกคนจะได้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ถ้าถามว่า ไม่ให้เงินรางวัลลูกแล้วจะใช้สิ่งใดจูงใจให้เด็กอยากทำงาน?
ในช่วงแรกๆ คุณพ่อคุณแม่ อาจต้องทำสมุดสะสมแต้ม เพื่อจูงใจให้เด็กอยากทำงานเยอะๆ ชมเชยเมื่อลูกทำงานได้ดี และพยายามให้ความสำคัญกับการทำงานบ้าน อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่สลักสำคัญอะไร เพราะเด็กๆ มักจะรู้สึกดีใจและภูมิใจ เมื่อทราบว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งเดียวกับที่ผู้ใหญ่ทำกัน เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ การทำงานบ้านก็จะเป็นหน้าที่ที่เขาทำได้อย่างภาคภูมิใจโดยไม่หวังเงินรางวัลตอบแทน

วัยไหนทำอะไรดี
งานบ้านที่จะให้ลูกทำนั้น ควรเป็นงานที่ไม่ยุ่งยาก หรือมีหลายขั้นตอนลูกจะรู้สึกเบื่อ เมื่อเลือกงานบ้านที่จะให้ลูกทำได้แล้ว เมื่อเห็นว่าเขายังทำได้ไม่ดีอย่าเพิ่งเปลี่ยนใจให้เขาทำอย่างอื่น ควรให้ลูกลองทำจนเสร็จ และคอยให้คำแนะนำ
แต่งานที่เลือกให้ลูกทำนั้น ต้องเหมาะสมกับวัยของลูกด้วย เช่น

ลูกวัย 1 – 3 ขวบ
ฝึกให้เด็กเก็บของเล่นใส่ตะกร้าหรือกล่องใส่ของเล่นเมื่อเล่นเสร็จ เวลาเข้าบ้านให้วางรองเท้าในที่เก็บรองเท้าให้เรียบร้อย ช่วยวางช้อนส้อมบนโต๊ะอาหาร พยายามให้เขาจับช้อนกินข้าวเอง ช่วยหยิบเสื้อผ้าใส่เครื่องซักผ้า เวลาไปเที่ยวต้องเดินเอง ไม่ควรอุ้มโดยไม่จำเป็น ให้ช่วยเก็บของเข้าที่

ลูกวัย 3 – 6 ขวบ
ลูกวัยอนุบาลควรถอดเสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้าได้เอง หัดใส่เสื้อผ้าเอง ฝึกอาบน้ำเอง โดยมีคุณแม่คอยดูแลเรื่องความสะอาดซ้ำอีกครั้ง จากนั้นก็เริ่มฝึกแต่งตัว กลัดกระดุม ผูกเชือกรองเท้า ฝึกให้เขาช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด และเป็นผู้ช่วยคุณแม่ ทำงานง่ายๆ อย่างเก็บที่นอน หมอน ช่วยพับผ้าผืนเล็กๆ เก็บของเล่นเข้าที่ เก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้วลงตระกร้า ให้ช่วยเก็บจาน ถ้วยน้ำ เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว

ลูกวัย 7 – 12 ขวบ
เมื่อถึงวัยนี้ควรให้ลูกรับผิดชอบตัวเองได้มากขึ้น เช่น เตรียมเสื้อผ้า ชุดนักเรียนเอง จัดเตรียมอุปกรณ์การเรียน สมุด หนังสือ จัดตารางสอน เตรียมอุปกรณ์การเรียนตามที่ครูสั่ง
ให้เขาได้ช่วยงานบ้านที่ยุ่งยากมากขึ้น เช่น กวาดบ้าน ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ ซักผ้า ช่วยคุณแม่ทำอาหาร ล้างรถ ฯลฯ

การให้ลูกมีหน้าที่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้เขาได้เรียนรู้เรื่องความมีวินัย รู้จักรับผิดชอบและทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีต่ออนาคตจของลูก      แต่ต้องไม่ลืมว่า ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ควรให้เขาได้รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนี่อง เพราะเลิกเมื่อไหร่หรือลูกรู้สึกขี้เกียจขึ้นมาแล้วละก็ การจะเริ่มฝึกกันใหม่นั้น บอกได้เลยว่ายาก

TIPS :
ช่วงเปิดเทอมแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจพบปัญหาความวุ่นวายยามเช้า ที่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน เรามีเคล็ดลับการฝึกวินัยการไปโรงเรียนให้ลูก มาฝากค่ะ
>> อย่าใจอ่อน ถ้าลูกขอหยุดเรียน
>> อย่าไปส่งเขาเอง ถ้าปกติลูกขึ้นรถโรงเรียน
>> อย่าแสดงท่าทีตกใจ หรือกังวลเกินเหตุเมื่อลูกมีอาการไม่สบายตอนเช้าๆ
>> อย่าเอาของขวัญ รางวัลมาล่อ
สรุปง่ายๆ ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งเข้าไว้นั่นล่ะค่ะ

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 33 ฉบับที่ 453 พฤศจิกายน  2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: