New Mom 2 : การใช้ยายามตั้งครรภ์

คนท้องก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป ตรงที่จู่ๆ ก็อาจเจ็บป่วยขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว ก็แหม…เรื่องเจ็บป่วยนั้นไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้น่ะไม่เท่าไหร่ ปวดหัวตัวร้อนก็หายากมากินรักษาตัวเองกันไปตามอาการ แต่พอท้องก็มีอีกคนให้ต้องเป็นห่วง
การใช้ยามตั้งครรภ์นั้น เป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะยาหลายชนิดอาจเป็นอันตรายกับเจ้าตัวเล็ก แม้แต่ยารักษาสิว!!!
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่คุณลูก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งก่อนใช้ยา เพราะยาที่คุณรับประทานเข้าไปนั้นเมื่อถูกนำสู่กระแสเลือดก็จะซึมผ่านรกเข้าสู่กระแสเลือดของทารกในครรภ์ทางสายสะดือ พร้อมๆ กับน้ำ ออกซิเจน และสารอาหารต่างๆ นั่นเอง

ยาที่ควรหลีกเลี่ยง
ความจริงแล้วคนท้องอย่างเราๆ ก็ดีรู้อยู่แล้วล่ะว่า การใช้ยาไม่ว่าชนิดใดในยามตั้งครรภ์เช่นนี้ อาจมีผลกระทบต่อลูกได้ แต่บางครั้งคุณอาจเผลอไผลไปกับยาที่เคยคุ้นและไม่เห็นว่าน่าจะมีอันตรายอย่าง ยา Isotretinoin ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาสิวชนิดรุนแรงอย่างสิวหัวช้างและโรคสะเก็ดเงินนั้น อาจทำให้ทารกในครรภ์เติบโตไม่สมบูรณ์ได้
ยารักษาไมเกรนเกลุ่ม Ergotamine ก็ส่งผลต่อการบีบตัวของมดลูก อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้ คุณแม่ที่เป็นไมเกรนอย่าลืมบอกคุณหมอที่ฝากครรภ์ด้วยนะคะ
ส่วนยาที่มักมีติดบ้านอย่างแอสไพรินและไอบูโพรเฟน ซึ่งเป็นยาแก้ปวดลดไข้ แก้อักเสบ อาจส่งผลรบกวนการแข็งตัวของเลือด และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในขณะตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเลือดออกมากหลังคลอดได้
ยากลุ่มเตตราไซคลีน จะทำให้เด็กมีกระดูกและฟันไม่สมบูรณ์ ฟันเป็นสีเหลืองและฟันผุได้ง่าย

ยาสามัญที่รับประทานได้
แล้วถ้าเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมา อาการแบบไหน และยากลุ่มใดบ้างที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะรับประทานได้ ยาที่นับว่าปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และเจ้าตัวเล็กก็คือ ยาลดไข้ แก้ปวด พาราเซตามอล  ขนาดที่เหมาะสมคือชนิดเม็ดละ 500  มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง และหากมีน้ำมูกก็สามารถรับประทาน ยาลดน้ำมูกอย่างยาคลอเฟนิรามีน ร่วมด้วยได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ค่ะ ไม่ควรรับประทานยาเองต่อเนื่องนานๆ
กรณีที่คุณแม่ท้องเสีย ควรรับประทานผงเกลือแร่เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ แต่ผงเกลือแร่นั้นไม่ใช่ยาแก้ท้องเสีย จึงไม่อาจหยุดยั้งอาการท้องเสียได้ หากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ ร่วมกับมีไข้ ปวดศีรษะ ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ

วิตามินก็ต้องระวัง
เดี๋ยวนี้คนเราหันมาดูแลตัวเองด้วยการรับประทานวิตามินเสริมกันมากขึ้น แต่วิตามินนั้นก็ไม่ต่างจากสิ่งอื่นๆ ที่มีทั้งคุณและโทษ โดยเฉพาะยามตั้งครรภ์แบบนี้การได้รับวิตามินบางชนิดในปริมาณมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ เช่น
วิตามิน เอ และ บี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดจะเกิดความพิการของไต และ
ระบบขับถ่ายปัสสาวะ และระบบประสาทของทารก  ถ้าแม่ได้รับวิตามิน ดี มากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติในระบบหลอดเลือดของทารกได้  ส่วนวิตามิน เค 3 อย่าง มานาดีน (Manadine) ในปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดเลือดออกในเด็กแรกคลอด ทำให้เกิดอาการซีดและเหลืองมาก และทำให้หน้าที่ของตับผิดปกติได้

เห็นมั้ยคะว่า แม้กระทั่งการรับประทานวิตามินยังมีข้อควรระวัง ดังนั้น การรับประทานยา หรือวิตามินใดๆ ในช่วงตั้งครรภ์นี้ จึงควรรับประทานเมื่อจำเป็นจริงๆ และใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ เจ็บป่วยขึ้นมาครั้งใด อย่าเกรงใจคุณหมอ ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆ นะคะ เรื่องเล็กๆ บางครั้งก็ใหญ่กว่าที่คุณคิด

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&C แม่และเด็ก
ปีที่ 33 ฉบับที่ 454 ธันวาคม  2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: